จตุพร เปิดหมดเปลือกแบบลูกผู้ชาย แพ้คือแพ้ หลังพา บุญเลิศ พ่ายเลือกตั้ง

3870

จากที่ นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผู้อำนวยการ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชียงใหม่ เปิดเผยว่า การนับคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ. และสมาชิกอบจ.ของเชียงใหม่อย่างไม่เป็นทางการ ทราบผลเกือบ 100% แล้ว ช่วง 03.30 น.ที่ผ่านมา

เบื้องต้นผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พบว่า ผู้สมัครหมายเลข 1 นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จากพรรคเพื่อไทย ได้ 421,426 คะแนน ชนะผู้สมัครหมายเลข 2 นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ จากกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ที่ได้ 353,010 คะแนน

ล่าสุด นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.พูดถึงผลการเลือกตั้ง นายก อบจ. เชียงใหม่ว่า ตนยังเป็นนายจตุพรตามเดิม และได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่มาช่วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ.

ผมถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาแล้ว ส่วนผลแพ้-ชนะนั้น ผมยืนยันเสมอว่า การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีเรื่องการว่า แพ้หรือชนะมาเป็นสาระหลัก แต่เป็นการสู้เพื่อความถูกต้อง เพราะถ้าสังคมละเลยหรือไม่สนใจความยุติธรรมของคนจน

หรือทางกลับกัน หากสังคมรู้สึกไม่สนใจความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น เพราะไม่ได้เกิดกับตัวเอง เช่นกรณีดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ดังนั้น ผมจึงเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งแพ้หรือชนะก็ไม่นำไปชำระล้างความชั่วร้ายการทำลายความยุติธรรมได้ เนื่องจากการเลือกตั้งก็ส่วนการเลือกตั้ง และเลือกตั้งเสร็จก็ยังไม่เป็นที่ยุติต้องเป็นหน้าที่ของ กกต.ต่อไป

ผมไม่ใช่พวกขี้แพ้แล้วโจมตี แต่เป็นประเภทนักกีฬา แพ้คือแพ้ ชนะก็ชนะ แต่เชื่อในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ว่า มีทั้งแพ้และชนะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขเวลาเท่านั้น เพียงรอดูแพ้จะมาช่วงไหน และชัยชนะจะมาอย่างไร

โดยส่วนตัวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ได้สำแดงมุมมองอะไรออกมาหลายอย่าง ทั้งอธิบายถึงตัวตนและเป้าหมายต่าง ๆ ของคน จึงทำให้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างมากขึ้น จึงถือเป็นเรื่องปกติ และยืนยันว่า การหาเสียง แม้มีกระทบกระทั่งกัน แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวใด ๆ เพราะทั้งหมดประกาศอย่างชัดเจนถึงความเชื่อและกำหนดหลักการในการต่อสู้ ซึ่งตนทนเห็นคนที่ถูกรังแกไม่ได้ จึงยืนหยัดเคียงข้างนายบุญเลิศ แม้จะมีศัตรูกับคนจำนวนมาก แต่หลายคนมองเป็นศัตรูก็เคยเป็นมิตรกันมาก่อน

ผมมีหลักคิดไม่ได้เป็นทาส หรือการแสวงหาประโยชน์จากการเป็นทาส แล้วละเลยความรับผิดชอบชั่วดีนั้น ผมไม่สามารถเดินบนเส้นทางนั้นได้

อีกอย่าง หลายคนตั้งคำถามว่า หลังจากนี้เป็นอย่างไรต่อ ตนก็บอกว่า ยังเป็นนายจตุพรอย่างนี้ต่อไป ยังเป็นคนไม่อยากได้ใคร่ดี มนุษย์ช่วงชีวิตสุดท้ายเห็นคนดีคนชั่วมากมาย และไม่อีนังขังขอบกับตำแหน่งประธาน นปช. อีกอย่างตนรู้ว่าต้องกำหนดชะตากรรมอย่างไร เพราะสู้มาทั้งชีวิต

นอกจากนี้ กล่าวว่า นักต่อสู้ต่างจากนักการเมือง เพราะนักต่อสู้ภารกิจยังไม่จบลง วันชนะ-วันแพ้ หรือวันต้องตัดสินใจบางอย่าง จึงเชื่อว่าต่อจากนี้จะตัดสินใจง่ายขึ้น ส่วนชีวิตในพรรคการเมือง ตนทำได้แค่การสนับสนุนคนดีในทางการเมือง

“คนที่ได้ชัยชนะจากประชาชน แต่ไม่รู้ชัยชนะที่ประชาชนมอบให้ ดังนั้น เมื่อทุกคนพร้อมออกจากเรือนจำแล้ว คงได้ปรึกษาหารือกัน และไม่รู้สึกว่าต้องเป็นประธาน นปช.เลย”