นายกฯ สั่งสธ.เตรียมหลักเกณฑ์ “ล็อกดาวน์ประเทศ” รับมือโควิดระบาด!!

1977

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สั่งสธ.เตรียมหลักเกณฑ์ “ล็อกดาวน์” ทั้งประเทศ รับมือโควิดลามหนัก

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2563 น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โควิดในจังหวัดสมุทรสาคร จากการตรวจคัดกรองในกลุ่มแรงงานต่างด้าว จำนวน 1,192 ราย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 516 ราย คิดเป็นร้อยละ 43 ของผู้ที่ได้รับการตรวจทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบผู้ที่ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอีกจำนวนหนึ่งในหลายจังหวัด ทำให้ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 548 ราย ซึ่งมากกว่าร้อยละ 90 เป็นผู้ติดเชื้อที่มีไม่มีอาการหรืออาการน้อยมาก และส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ และได้มีการสั่งการล็อกดาวน์จังหวัดสมุทรสาคร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (21 ธันวาคม 2563) กระทรวงสาธารณสุข ได้สรุปยอดผู้ป่วยโควิด-19 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พื้นที่เสี่ยง ได้แก่ ตลาดกลางกุ้ง และบริเวณใกล้เคียง มีจำนวนรวม 821 ราย โดยมีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่ รพ. เอง และติดตามผู้สัมผัส 33 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาในชุมชน 788 ราย ตรวจทั้งหมด 4,688 ราย ผลออกแล้ว 1,861 ราย รอผลอีก 2,827 ราย

21 ธันวาคม 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า วันนี้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องของมาตรการควบคุมสอบสวนโรคและแก้ปัญหาการแพร่ระบาดมากก่อน ยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องของการดำเนินคดีอะไรใดๆ ดังนั้นขอให้พี่น้องเมียนมามีความมั่นใจ พร้อมกันนี้ยังมอบให้กระทรวงสาธารณสุข จัดเตรียมหลักเกณฑ์การสั่งล็อกดาวน์จังหวัด หรือล็อกดาวน์ประเทศ รองรับกรณีหากมีการระบาดในหลายจังหวัดมากขึ้น อย่างไรก็ตามขอย้ำว่ายังไม่ได้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพียงแต่ให้มีการเตรียมหลักเกณฑ์เอาไว้ว่าจะต้องใช้อะไรเป็นตัวกำหนด ถึงขั้นนั้นจะได้ไม่เป็นการสั่งการโดยพละการจากคนใดคนหนึ่ง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวต่อไปว่า มาตรการที่ดำเนินการในพื้นที่ไข่แดงที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งพบการติดเชื้อ 42% นั้น จะมีการตั้ง รพ.สนามประมาณ 100 เตียงใกล้กับพื้นที่กับบริเวณหอพัก หากมีการเจ็บป่วยจะดูแลตรงนี้ไม่ต้องออกไปนอกพื้นที่ ทั้งนี้ระบบสาธารณสุขจะจัดการดูแลตั้งแต่ที่มีอาการเบาไปหาหนัก ไม่เอาผู้ป่วยออกมาข้างนอก ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกก็ไม่ควรเข้าไป มีเพียงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีความรู้และมีการสวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างเข้มข้นเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร ตัวเลข 14 วันที่เคยนับกันนั้นอาจจะไม่สามารถใช้ได้อีก อาจจะต้องบวกเพิ่มไปอีกเพราะอาจจะมีการติดเชื้อเป็นวงรอบๆ ออกไปอย่างไรก็ตามจะอยู่ในขอบเขตที่จำกัดพื้นที่เอาไว้

ส่วนกรณีที่มีผู้ออกไปข้างนอกแล้วในก่อนหน้านี้ จากตัวเลขที่มีข้อมูลลูกค้าประจำของตลาดกลางกุ้ง ที่ติดตามได้ประมาณ 1,000 กว่าคน ส่วนคนอื่นๆ ที่เป็นลูกค้าประจำนั้น สามารถแสดงตัวได้เลย อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก อาจจะมีข่าวปรากฏผู้ติดเชื้อตามที่ต่างๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพราะลูกค้าของตลาดกลางกุ้งอาจจะยังไม่รู้ตัวตั้งแต่แรก จึงมีการเดินทางไปตามที่ต่างๆ จึงอาจจะพบผู้ติดเชื้อขึ้นได้ ดังนั้นขอให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันเอาไว้ก่อน ให้ครอบคลุมกันทั้งประเทศ

นอกจากนี้ จะเน้นย้ำเรื่องรถขนสินค้า และคนขับรถขนส่งสินค้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยใช้มาตรการเช่นเดียวกับจังหวัดขอบชายแดน จะต้องตรวจสอบทั้งรถ และคนขับอย่างเข้มข้น และขอความร่วมมือบริษัทขนส่งทั้งหลายดูแลคนขับและกระบวนการขนส่งให้ดีทุกๆ ขั้นตอนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่จะนำสินค้าออกมาจากจังหวัดนี้เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันกันดีที่สุดตอนนี้เทศกาลปีใหม่จะมีการบริโภคอาหารเพิ่มหรือไม่เพิ่มขึ้นก็ตามแต่ก็ต้องดูแลอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุว่าโรคไม่ติดต่อทางอาหาร แต่ขอให้ปรุงสุก ร้อน สะอาด

“มาตรการทั้งหลายอยากให้สถานศึกษาดูแลเด็กๆ รวมถึงการชุมนุมต่างๆ ถ้าจะต้องมีในช่วงนี้ขอฝากเตือนเอาไว้ด้วยว่าสถานการณ์อย่างนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะให้เกิดการรวมตัวรวม และในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับสมุทรสาครหรือพื้นที่สงสัยอื่นๆ อาจจะต้องมีการกลับมาใช้มาตรการการทำงานที่บ้านอีกครั้ง แต่สิ่งสำคัญคืออยากให้สวมหน้ากากอนามัย 100% หากเจอกันเป็นเพื่อน หรือคนแปลกหน้าที่ไม่สวมก็สามารถตักเตือนกันได้ เพราะแสดงถึงความห่วงใย ไม่ใช่การต่อว่า” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว