“ชูวิทย์” กระซวกไส้ “น้องชายทอน” ปมแถสินบน 20ล้าน สำนักงานทรัพย์สินฯ

2272

จากกรณีที่นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ แจงว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนหรือการยัดเงินใต้โต๊ะในกรณีที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีการปลอมแปลงเอกสารของสำนักงานทรัพย์สินฯ

โดยนายสกุลธรชี้แจงว่าตนนั้นไม่รู้จักกับนายหน้าและบุคลากรของสำนักงานทรัพย์สินฯ เป็นการส่วนตัว ส่วนเงิน 20 ล้านเจ้าปัญหานั้นเป็นเพียงค่านายหน้าหรือค่าดำเนินการเท่านั้น

ล่าสดนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความถึงกรณดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวดังนี้

“ความแตกต่างระหว่าง “ค่านายหน้า” กับ “ค่าสินบน”
หลักการง่ายๆ ในเรื่อง “ค่านายหน้า” สำหรับพ่อค้าที่สุจริตใจทั่วไป คือ ถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในทางบัญชีของบริษัท และต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะเรียกค่านายหน้า หรือค่าดำเนินการ ก็ต้องหักภาษี เพราะในทางบัญชีต้องบันทึกไว้เป็น “ต้นทุน” ของบริษัท
ยกเว้นจ่ายเป็น ค่า “ใต้โต๊ะ”
ค่า “น้ำร้อนน้ำชา”
ค่า “ส่วย”
ค่า “เบี้ยบ้ายรายทาง”
ค่า “อำนวยความสะดวก”
แล้วแต่จะเรียก
หรือจะเรียกอย่างเป็นทางการว่า ค่า “เงินสินบน”
แบบนี้ไม่มีพ่อค้า หรือนักบัญชีหน้าไหนกล้าบันทึกไว้เป็นค่าใช้จ่ายบริษัทครับ ยิ่งเป็นบริษัทต่างประเทศยิ่งกลัวมากเรื่องพวกนี้ แต่ที่ไทยเราชิลล์ๆ เพราะหากไม่จ่าย เรื่องไม่เดิน จึงบันทึกเป็นอย่างอื่น เช่น ค่ารับรอง หรือเอาเงินส่วนตัวจ่ายไปแทน
ดังนั้นจึงต้องดูว่า การที่คุณสกุลธรอ้างว่า ที่จ่ายไป 20 ล้าน เป็นค่าดำเนินการเพื่อจะได้มาซึ่งสิทธิในการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ แปลงงามติดถนนชิดลมนั้น
ในขณะที่จ่ายเงินก้อนนี้ออกไปได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้หรือไม่? และมีการนำเงินที่หักส่งกรมสรรพากรในเดือนนั้นๆ หรือไม่?
แถมจะจ่ายย้อนหลังก็ไม่ได้ เพราะหากไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำเงินที่หักส่งกรมสรรพากรไว้เสียตั้งแต่ตอนนั้น ก็มีแนวโน้มเสียวไส้แทนว่าจะเรียกเป็น “เงินสินบน”
แต่ก่อนผมทำธุรกิจสีเทา ถนัดนักล่ะครับเรื่องพรรค์นี้
ส่วนคนที่ครอบครัวเข้าสู่วงจรการเมืองต้องระวังตัว พลาดแล้วคดีตามมาเป็นลูกระนาด”

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และข้อความ