“จตุพร” แฉ เลือกนายก อบจ. ผู้สมัครบางคน เอี่ยวล้มคดีบอส กระทิงแดง?

3563

ก่อนหน้านี้นายทักษิณ ชินวัตร ได้เขียนจดหมายน้อยและโพสต์คลิปวิดีโออ้อนวอนชาวเชียงใหม่ให้เลือกนาย พิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ “ก๊อง” ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย เป็นนายก อบจ.เชียงใหม่ 

ขณะเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  ที่เคยมีปัญหาขัดแย้งกันภายในกลุ่มเสื้อแดง ทำให้นายจตุพร เลือกข้างนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้ลงสมัครเบอร์ 2 โดยมีภาพปรากฎในวันที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายเจ๋ง ดอกจิก และนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ ได้ออกมาร่วมหาเสียงท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของคนเสื้อแดงเชียงใหม่บางส่วน ซึ่งบรรยากาศพ่อค้าในตลาดยังแห่ต้อนรับและขอถ่ายรูปกับนายจตุพร ด้วยความสนใจไร้การต่อต้านใด ๆ

แม้จะมีหลายเสียงออกมาตำหนิ นายจตุพร ว่าทรยศต่อพรรค ต่อนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายจตุพร ตอบสื่อชัดเจนว่า ตนซื่อสัตย์ต่อระบอบประชาธิปไตย พวกเราไม่เคยทรยศ เพียงแต่เราถูกปฏิบัติอย่างอยุติธรรม เพราะพรรคไปเอาคนที่มีปัญหา ต่อการทำลายขบวนการยุติธรรม ตนจึงไม่อาจจะไปร่วมการสนับสนุนได้ คนไทยรับคดีบอส อยู่วิทยาไม่ได้อย่างไร ตนก็รับไม่ได้เช่นนั้น บุญเลิศติดคุกเพราะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญตามแนวทางของพรรค แม้กระทั่ง นปช.เองก็ยึดแนวทางนี้ เพราะฉะนั้น ตนจึงมายืนหยัดเคียงข้างคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม เขาเป็นคนถูกผลักไสอย่างอยุติธรรมมากที่สุด แล้วพรรคก็ไปเอาคนที่มีข้อเกี่ยวข้องสงสัยในคดีบอส จึงถือเป็นพื้นที่เลือกตั้ง ที่ต้องวัดบารมีของตระกูลชินวัตรอย่างแท้จริง

ล่าสุด นายจตุพร เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk จากเชียงใหม่ว่าการมาช่วยนายบุญเลิศ ผู้สมัครนายก อบจ. กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม นั้น ตนถือว่าได้มากระทำในสิ่งที่ดีงาม ได้มาร่วมขจัดความชั่วร้ายของบ้านเมืองซึ่งเป็นภารกิจต้องกระทำ

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ส่วนพรรคการเมืองกล่าวหาว่าเนรคุณนั้น ตนคงได้พูดถึงอีกครั้งในวันข้างหน้า หลังการเลือกตั้งนายก อบจ.เสร็จสิ้นแล้ว แต่โดยทั่วไปแล้ว ตนเชื่อว่า การเนรคุณที่ใหญ่ที่สุดคือการเนรคุณแผ่นดิน ต่อความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและไม่ปฏิบัติตามจิตอธิฐานที่ประกาศไว้กับประชาชน นั่นเป็นการทรยศการเนรคุณที่ใหญ่ที่สุด

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้มีเรื่องส่วนตัวเป็นการเฉพาะกับใคร และหวังว่าทุกเรื่องราวที่กล่าวถึงระหว่างการทำหน้าที่ช่วยนายบุญเลิศ จะมีเหตุผลในวันข้างหน้า เพราะเรื่องราวสำคัญนั้น ตนยกการทำลายกระบวนการยุติธรรมในคดีบอสกระทิงแดง มาอธิบายโยงใยกับการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้ ซึ่งมีผู้สมัครบางคนไปเกี่ยวข้องกับความพยายามล้มคดี และมีส่วนรู้เห็นในการปั้นนายจารุชาติ มาดทอง เป็นพยานเท็จไปให้ปากคำกับตำรวจ

อีกอย่าง นายจารุชาติ เป็นคนใกล้ชิดกับ ส.ว.ชื่อย่อ ช. ให้การว่า อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ เห็นรถลูกเศรษฐีขับด้วยความเร็ว 50-60 กม.ต่อชั่วโมง แต่ดาบตำรวจจราจรผู้เสียชีวิตขับรถประมาทปาดหน้า จึงเกิดเหตุถูกชน นั่นจึงเท่ากับการให้ปากคำของพยานเท็จรายนี้เป็นการโกงความตาย

นอกจากนี้ การให้ปากคำของนายจารุชาติ เป็นสาระสำคัญให้กระบวนการยุติธรรมชั้นต้นนำไปเปลี่ยนแปลงความเร็ว 177 กม.ต่อชั่วโมงของเจ้าพนักงานผู้มีความชำนาญลงไปตรวจสอบในพื้นที่เกิดมาเหลือแค่ 80 กม.ต่อชั่วโมง โดยยึดคำให้การของพยานเท็จรายนี้เป็นข้ออ้าง แต่ภายหลังนายจารุชาติ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ที่เชียงใหม่ โดยกรรมการชุดนายวิชา มหาคุณ สงสัยว่า เป็นการฆ่าตัดตอน และน่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสถูกสอบเพื่อเค้นเอาความจริงถึงผู้อยู่เบื้องหลังในการปั้นพยานเท็จครั้งนี้ 

ส่วนการปลุกกระแสเชียงใหม่นิยมในการเลือกตั้งนายก อบจ.นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) มีการยอมรับแล้วว่า เป็นคนเชียงรายมาลงสมัครที่เชียงใหม่จริง จึงเข้าข่ายเป็นผู้ต้องสงสัยในการโกงความตายและโกงความยุติธรรมของดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริญ แล้วยังทำลายกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น ตนจึงไม่อาจไว้วางใจกับงบประมาณของ อบจ.เชียงใหม่ในอนาคตได้

“ผมเชื่อว่า คนรักความยุติธรรมในประเทศนี้มีมากกว่าคนที่โกงความยุติธรรม ผมเชื่อว่าผลแพ้หรือชนะเป็นเรื่องเล็ก แต่การรักษาธรรมไว้เป็นเรื่องใหญ่ และการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของใคร แต่เป็นการรักษาความถูกต้องดีงามไว้”

นายจตุพร ย้ำว่า ตนยืนยันมาตลอดว่า ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับ อยู่ที่ประชาชนเชียงใหม่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาพิทักษ์ความเป็นธรรม เพื่อไม่ให้คนโกงความตาย และโกงความยุติธรรมได้มาปกครองคนเชียงใหม่