ทรัมป์’ ยืนกรานไม่ย้ายอนุสาวรีย์ ไม่เปลี่ยนชื่อฐานทัพ สวนผู้ประท้วงที่กล่าวหาว่าคือสัญลักษณ์การเหยียดผิว

1273

ทรัมป์’ ยืนกรานไม่ย้ายอนุสาวรีย์ ไม่เปลี่ยนชื่อฐานทัพทั่วสหรัฐฯ “นี่คือมรดกที่ยิ่งใหญ่ของอเมริกา” ขณะที่พรรคเดโมแครตพยายามผลักดันให้ย้ายให้หมด ท่ามกลางกระแสการประท้วงต่อต้านการเหยียดผิว มีการทำลายอนุสาวรีย์ของผู้นำฝ่ายใต้ และบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการกดขี่คนผิวดำและชาวอเมริกันพื้นเมือง ในหลายเมือง ล่าสุดกรรมาธิการทหารวุฒิสภาจี้เปลี่ยนได้แล้ว

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันไม่เปลี่ยนชื่อฐานทัพ 10 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่รัฐเทกซัสจนถึงรัฐเวอร์จิเนีย ฐานทัพเหล่านั้นล้วนตั้งตามชื่อของนายพลฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา (ฝ่ายใต้) ในสงครามกลางเมืองเลิกทาสค.ศ.1860 ฝ่ายเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แสดงความเปิดกว้าง โดยผู้นำเพนตากอน เช่นรัฐมนตรีกลาโหม มาร์ก เอสเปอร์ และ ไรอัน แมคคาร์ที รัฐมนตรีทบวงทหารบก เปิดทางให้มีการพิจารณาหารือแบบทุกพรรคทุกฝ่ายร่วมกัน เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อฐานทัพ ที่ตั้งชื่อตามผู้นำฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา เพื่อสลายความขมขื่นคนผิวสี แต่ทรัมป์ค้านและยืนยันจะไม่รับมาพิจารณา

ปัญหาการใช้แรงงานทาสในอดีต ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างชาวอเมริกันผิวขาว และชาวอเมริกันอาฟริกัน รวมทั้งคนผิวสี มีปัญหามาโดยตลอด ขณะที่สัญลักษณ์ของสมาพันธรัฐอเมริกา เช่น อนุสาวรีย์ผู้นำทางทหารและธงสมาพันธรัฐ (Confederate Flag) ได้สร้างความขัดแย้งในสังคมอยู่เป็นระยะ ฝ่ายที่ต้องการให้รื้อถอนอนุสาวรีย์ผู้นำฝ่ายใต้เชื่อว่า อนุสาวรีย์เหล่านั้นเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิเหยียดเชื้อชาติและความอยุติธรรม ขณะที่ฝ่ายคัดค้านแย้งว่า ทำลายอนุสาวรีย์เป็นการทำลายมรดกและความภาคภูมิใจของชาวอเมริกันทางใต้

นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้รัฐสภาดำเนินการย้ายอนุสาวรีย์รูปปั้นของพวกผู้นำและกองทัพฝ่ายใต้รวม 11 จุด ออกจากวอชิงตัน ดี.ซี. เนื่องจากรูปปั้นเหล่านั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเกลียดชัง ล่าสุดกรรมาธิการทหารแห่งวุฒิสภายื่นหนังสือ จี้รัฐบาลทบทวนเปลี่ยนชื่อตามคำเรียกร้องของประชาชนชาวอเมริกันทุกภาคส่วน

………………………………………………………………..

Cr:thehill, CNN, CNBCnews