ทรัมป์ลงดาบสี?!? ไล่บริษัทยักษ์จีนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐเกลี้ยง อ้างท่อน้ำเลี้ยงทหาร

1297

สหรัฐเปิดฉากสงครามเงินตรา-ทุนเข้มข้น ไล่จีนพ้นตลาดหุ้นสหรัฐ สะกัดเติบโตทุกวิถีทาง อ้างเป็นท่อน้ำเลี้ยงกองทัพพัฒนาทางทหาร จีนโต้สหรัฐโฆษณาว่าเชื่อมั่นในตลาดทุนนิยมเสรี แต่ใช้ข้ออ้างความมั่นคงบีบบังคับและกีดกันแข่งขันการค้า จับตาการตอบโต้ที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย ที่ล่าสุดได้รับตำแหน่งเป็นประเทศเกิดใหม่ที่น่าลงทุนที่สุดในโลกปี 2564 จากสนข.บลูมเบิร์กอย่างฮือฮาเมื่อไม่กี่วันนี้

สงครามเศรษฐกิจการเงินระหว่างสหรัฐและจีน ได้เริ่มต้นอย่างชัดเจนในสมรภูมิตลาดหุ้นของสหรัฐ

ดัชนี Nasdaq ประกาศเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมว่าจะถอดหุ้นของบริษัทก่อสร้างและบริษัทผู้ผลิตของจีน 4 บริษัทออกจากการจดทะเบียนในดัชนี เพื่อตอบสนองต่อคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐโดยปธน.โดนัลด์ ทรัมป์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ห้ามไม่ให้นักลงทุนสหรัฐซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2021

บริษัทที่จะถูกถอดออกจากดัชนีในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ได้แก่ China Communications Construction Co, China Railway Construction Corp, CRRC Corp และ Semiconductor Manufacturing International Corp ซึ่งรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวหาว่าบริษัทต่างๆ เหล่านี้ มีความเชื่อมโยงกับกองทัพของจีน

ดัชนี S&P DJ Indices ถอดถอนบริษัท จีน 21 แห่งออกจากดัชนีหรือกลุ่มหุ้นและพันธบัตรที่ใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐเช่นกัน หนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้คือ SMIC ผู้ผลิตชิปประมวลผลรายใหญ่ที่สุดของจีนและ Hikvision Digital Technology Co. ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการเฝ้าระวังความปลอดภัย

Hikvision นั้นตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับ Huawei เพราะถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการทหาร แต่ทั้งสองบริษัทปฏิเสธเรื่องนี้ 

ในสนามเงินทุนนี้ สหรัฐถือว่าได้เปรียบจีนชัดเจน หากพิจารณาหุ้นจีนที่เป็นตัวหลัก ๆ ที่เทรดอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐ จะพบว่าหุ้นอะลีบาบา ที่จดทะเบียนแบบ 2 ตลาดนั้นหุ้น Baba ในตลาดฮ่องกงมีพรีเมียมจากหุ้นที่เทรดในสหรัฐค่อนข้างมาก ด้านหุ้นไป่ตู้ก็มีบางกระแสข่าวระบุว่ามีแผนเตรียมจะถอนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐเร็ว ๆ นี้

ส่วนรัฐบาลจีนได้แถลงการณ์ตอบโต้ออกมา โดยหัวชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมว่า ความพยายามดังกล่าวสวนทางกับหลักการแข่งขันในตลาด และบอกว่า “สหรัฐควรหยุดใช้อำนาจแห่งชาติและแนวคิดด้านความมั่นคงของชาติในทางมิชอบเพื่อปราบปรามบริษัทต่างชาติ”

ต่อมาเมื่อวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคมหรือข้ามมาสองวันหลังจากNasdaq ถอดหุ้นบริษัทจีน หวางเหวินปินโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนอีกท่านหนึ่ง ได้เรียกร้องให้สหรัฐหยุดใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบเพื่อปราบปรามบริษัทต่างชาติ และย้ำว่าจีนจะยังคงรักษาสิทธิและผลประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของบริษัทจีนต่อไป ทั้งนี้ถ้อยแถลงของ หัวชุนอิ๋งกับหวางเหวินปิงโจมตีไปที่ “หัวใจของระบอบทุนนิยมอเมริกัน” คือการเปิดให้มีการแข่งขันในตลาดอย่างเสรี แต่สหรัฐกลับไม่ยอมให้จีนเข้ามาเป็นตัวเล่นในตลาดเสรีนี้โดยอ้างเรื่องความมั่นคง ซึ่งจีนมองว่า “ไม่ยุติธรรม”ต่อคู่ค้า และทรยศต่อหลักการพื้นฐานของประเทศตัวเองด้วย

หรือนี่คือกลยุทธตัดท่อน้ำเลี้ยงทำลายอำนาจทุนของจีน?

ทรัมป์และรีพับลิกันหรือแม่แต่ไบเดนและเดโมแครต ต่างยึดมั่นหลักทุนนิยมเสรีในแบบที่เอื้อประโยชน์ตนเองให้มากที่สุด และตั้งเป้าขัดขวางการขยายอิทธิพลจีนในทุกๆด้าน

ตลาดทุนสหรัฐเป็นตลาดชั้นนำของโลกและเป็นหัวใจของระบอบทุนนิยมสหรัฐ อาจเป็นเพราะตลาดทุนและระบบเศรษฐกิจสามารถใช้เป็นอาวุธได้ทั้งส่งเสริมและทำลาย สหรัฐอาจวิตกว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงหากให้คู่แข่งเข้ามายึดกุมทุนในประเทศมากเกินไป  โดยเฉพาะจีนที่ต่างจากรัสเซีย ตรงที่จีนเก่งกาจในเรื่องเศรษฐกิจอย่างหาตัวจับได้ยาก ส่วนรัสเซียยังไม่ใช่คู่ต่อกรของสหรัฐในด้านเศรษฐกิจ

ข้อสังเกตที่ว่าบริษัทของจีนหลายแห่ง ที่อยู่ในรายชื่อบัญชีดำเป็นแกนหลักของโครงการ Belt and Road ของจีนข้อมูลนี้เปิดเผยโดย TS Lombard บริษัทวิจัยในสหราชอาณาจักร  กล่าวคือ ไล่จีนออกจากตลาดทุนเพื่อต่อต้านจีนตามแนวทางยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐนั่นเอง การขึ้นบัญชีดำแล้วเตะบริษัทจีนออกจากตลาดทุนสหรัฐเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามทุนยุคใหม่ คือส่วนหนึ่งของสงครามการเงินที่แต่ละฝ่ายจะใช้พลังอำนาจทางเศรษฐกิจเพื่อตอบโต้โจมตีกัน จับตาปีศักราชแห่งการต่อสู้ด้วยกำลังทุนของมหาอำนาจจะดุเดือดแค่ไหนในปี 2021 ที่จะถึง