ไพศาลถลกโฆษกองค์กรสิทธิฯแอบอ้างUN อุ้มม็อบจาบจ้วง จี้ไทยยกเลิกม.112

2114

จากที่มีรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ออกแถลงการณ์แสดงความหนักใจที่ทางการไทยจับกุมดำเนินคดีนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลายสิบราย รวมถึงเยาวชนอายุ 16 ปี ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เรียกร้องไทยออกกฎหมายให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ

ทั้งนี้โดยสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ที่นครเจนีวา เมื่อวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม แสดงความกังวลที่เจ้าหน้าที่ทางการไทยใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลายคน ซึ่งรวมถึงเยาวชนอายุ 16 ปี

“เรารู้สึกหนักใจอย่างยิ่งกับการดำเนินการโดยทางการไทย ที่ตั้งข้อหาผู้ประท้วงอย่างน้อย 35 คนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงผู้ประท้วงที่เป็นนักเรียนอายุ 16 ปี ภายใต้มาตรา 112 ที่เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย” คำแถลงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็น กล่าว

ด้านราวีนา ชัมดาซานี โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็น กล่าวว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาท, ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อราชวงศ์มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี

“เราตกใจอย่างยิ่งที่ผู้ประท้วงอายุ 16 ปีถูกตำรวจนำตัวส่งศาลเยาวชน เมื่อวานนี้เพื่อขอคำสั่งฝากขัง” โฆษกหญิง กล่าว อย่างไรก็ดี ศาลปฏิเสธและอนุญาตให้ประกันตัว

ชัมดาซานี ให้ข้อสังเกตด้วยว่า คณะกรรมาธิการสิทธิ เคยร้องขอทางไทยหลายครั้งให้ตรากฎหมายโดยสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ แต่น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่หลังจากผ่านมา 2 ปีโดยไม่มีคดีใดๆ จู่ๆ เราก็ได้พบเห็นคดีจำนวนมาก และน่าตกใจที่ตอนนี้ยังมีการดำเนินคดีกับผู้เยาว์ด้วย

เธอกล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการสิทธิของยูเอ็นยังมีความห่วงกังวลเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาร้ายแรงอื่นๆ กับผู้ประท้วงที่เข้าร่วมการประท้วงอย่างสันติในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

“เราเรียกร้องรัฐบาลไทยหยุดการใช้ข้อหาคดีอาญาร้ายแรงเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับบุคคลที่ใช้สิทธิเสรีภาพของพวกเขาในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมอย่างสงบ เรายังเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และทำให้กฎหมายนี้สอดคล้องกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็น กล่าว

ล่าสุดวันนี้(19ธ.ค.63) นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า

ดูการบิดเบือนให้เต็มตา!!! คุณป้าคนนี้เป็นแค่โฆษกองค์กรสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นหน่วยงานต่างหากแต่อยู่ในสังกัดของสหประชาชาติ

แต่บิดเบือนพาดหัวข่าวเป็นว่าสหประชาชาติ แสดง ท่าทีเกี่ยวกับการดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ !!!และแอบอ้างความคิดเห็นตัวเองเป็นความคิดเห็นของสหประชาชาติด้วย!

น่าสังเกตว่าพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่? แต่สบายใจได้ครับ ประเทศไทยเราไม่มีใครทำหน้าที่ในเรื่องนี้!!!!

ก่อนหน้านี้ “กลุ่มราษฎร” ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตรา จนทำให้ “กลุ่มราษฎร” โดนแจ้งดำเนินคดีม.112 ไปแล้วอย่างน้อย 17 คน ทำให้แกนนำม็อบจำเป็นต้องเปลี่ยนเกม ทั้งการเคลื่อนบนถนน การเคลื่อนระดับโลก

โดยเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 63 ซึ่งตรงกับวันรัฐธรรมนูญ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้รวมตัวกันเรียกร้องต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อยกเลิกมาตรา112

กระนั้นกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องเขตอำนาจภายในของรัฐไทย ไม่เข้าองค์ประกอบที่ยูเอ็นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กิจกรรมนี้อาจเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ที่เรียกว่า “ยกระดับการชุมนุม” ในแนวทาง “โลกล้อมประเทศ” หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมเคยไปรวมตัวกันและยื่นหนังสือสอบถามความชัดเจนเรื่องพระมหากษัตริย์ ต่อสถานทูตเยอรมนี

การเคลื่อนไหวที่ยูเอ็น นี่คือการชุมนุมยกระดับข้อเรียกร้องในแวดวงสากล ซึ่งช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าสื่อต่างประเทศรายงานถึง มาตรา 112 ของไทยมาก โดยระบุอ้างว่าเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรง เป็นเครื่องมือที่รัฐบาลใช้จัดการคนเห็นต่างทางการเมือง???

ที่มา : เฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol