เปิดเหตุการณ์ สะท้านเก้าอี้นายกอบจ. ศึกสนามเดือด 5 ตระกูล!!

1968

นับถอยหลังโค้งสุดท้ายอีกเพียง 2 วันเท่านั้น ก็จะถึงศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กับ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.2563 นี้ โดยคนไทยทุกคนที่เป็นผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน จะต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง รวมทั้ง 76 จังหวัด เพื่อกำหนดชะตาและทิศทางการบริหารงานพัฒนาชุมนุมในจังหวัดของตนเอง

โดย 5 พื้นที่เลือกตั้งที่ถูกจับตามากที่สุดในขณะนี้ คือ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต สมุทรปราการ นครปฐม ชลบุรี และนครศรีธรรมราช

สำหรับจังหวัดแรก “เชียงใหม่” ถือเป็นการวัดบารมีของ “ตระกูลชินวัตร” อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้นายทักษิณ ชินวัตร ลงทุนอู้กำเมือง อ้อนชาวเชียงใหม่ พร้อมฝากพี่น้องชาวเชียงใหม่ ได้เลือกผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ คือ นาย พิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ “ก๊อง” ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

ซึ่งศึกชิงเก้าอี้ นายก อบจ.เชียงใหม่ครั้งนี้ มีผู้สมัครทั้งสิ้น 6 คน ได้แก่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร อายุ 56 ปี ได้เบอร์ 1

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อายุ 64 ปี เบอร์ 2

นายวินิจ จินใจ อายุ 62 ปี เบอร์ 3

นายบดินทร์ กินาวงศ์ อายุ 73 ปี เบอร์ 4

นายวสันต์ วัชวงษ์ อายุ 58 ปี เบอร์ 5 และนายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ อายุ 63 ปี เบอร์ 6

ศึกเดือดในพื้นที่เชียงใหม่ที่น่าจับตา คือ การออกตัวเชียร์คนของพรรคเพื่อไทย และหลังจากที่อดีตคนเคยสนิทของทักษิณ อย่าง “จตุพร” มีปัญหาขัดแย้งกันภายในกลุ่มเสื้อแดง ทำให้นายจตุพร เลือกถือหางข้างนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้ลงสมัครเบอร์ 2 โดยมีภาพปรากฎในวันที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายเจ๋ง ดอกจิก และนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ ได้ออกมาร่วมหาเสียงท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของคนเสื้อแดงเชียงใหม่บางส่วน ซึ่งบรรยากาศพ่อค้าในตลาดยังแห่ต้อนรับและขอถ่ายรูปกับนายจตุพร ด้วยความสนใจไร้การต่อต้านใด ๆ

แม้จะมีหลายเสียงออกมาตำหนิ นายจตุพร ว่าทรยศต่อพรรค ต่อนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายจตุพร ตอบสื่อชัดเจนว่า ตนซื่อสัตย์ต่อระบอบประชาธิปไตย พวกเราไม่เคยทรยศ เพียงแต่เราถูกปฏิบัติอย่างอยุติธรรม เพราะพรรคไปเอาคนที่มีปัญหา ต่อการทำลายขบวนการยุติธรรม ตนจึงไม่อาจจะไปร่วมการสนับสนุนได้ คนไทยรับคดีบอส อยู่วิทยาไม่ได้อย่างไร ตนก็รับไม่ได้เช่นนั้น บุญเลิศติดคุกเพราะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญตามแนวทางของพรรค แม้กระทั่ง นปช.เองก็ยึดแนวทางนี้ เพราะฉะนั้น ตนจึงมายืนหยัดเคียงข้างคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม เขาเป็นคนถูกผลักไสอย่างอยุติธรรมมากที่สุด แล้วพรรคก็ไปเอาคนที่มีข้อเกี่ยวข้องสงสัยในคดีบอส จึงถือเป็นพื้นที่เลือกตั้ง ที่ต้องวัดบารมีของตระกูลชินวัตรอย่างแท้จริง

ต่อมาที่จังหวัดภูเก็ต ทางด้านช่อ พรรณิการ์ เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ลงพื้นที่ช่วยทีมงานหาเสียงชิง นายกอบจ.ภูเก็ต แล้วปรากฎว่าโดนกลุ่มคนไม่เห็นด้วยกว่า 10 คน ตะโกนไล่ ชูป้ายด่า กลางตลาด โดยเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลนครภูเก็ต 2 หรือ ตลาดเกษตร อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อช่วยหาเสียงในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.ภูเก็ต ให้กับ นายสรวุฒิ ปาลิมาพันธ์ ผู้สมัครหมายเลข 3 คณะก้าวหน้าภูเก็ต และผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต โดยมีการแจกเอกสารแผ่นพับนโยบายที่จะทำหากได้รับการเลือกตั้ง โดยมีทั้งผู้ให้การสนับสนุนรับเอกสารและขอถ่ายภาพ รวมทั้งให้กำลังใจกับทางกลุ่มของคณะก้าวหน้าด้วย ขณะเดียวกันได้มีผู้เห็นต่างประมาณ 10-15 คน มาตะโกนขับไล่ พร้อมตะโกนว่า หนักแผ่นดิน และยังมีแผ่นป้าย ข้อความว่า “ชาวภูเก็ต ไม่ต้อนรับ ทรราช คนขายชาติ” ซึ่งทางด้านช่อ ก็ไม่ได้ตอบโต้กลับ

สำหรับความน่าสนใจในพื้นที่ภูเก็ต คือ สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ภูเก็ต ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่ไม่มี “แชมป์เก่า” ลงชิงชัย ด้วยเหตุที่นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ ที่เป็นนายก อบจ.ภูเก็ต บริหารงานต่อเนื่อง 2 สมัย และเหลืออีกแค่ 8 เดือนจะครบวาระ แต่ได้เสียชีวิตเมื่อปี 2558 ช่วงรัฐบาล คสช. ทำให้การเลือกตั้งนายก อบจ.ภูเก็ต ครั้งนี้ เป็นการเลือกที่ไม่มีอดีตนายกอบจ.

หลังปิดรับสมัครมีผู้ลงสนามท้าชิงเก้าอี้นายก อบจ.รวม 5 คน และสมาชิกสภา อบจ. ภูเก็ต ทั้งหมด 77 คน แต่ที่มีความพร้อม ลงสนามชิงทั้งเก้าอี้ฝ่ายบริหารและจัดทีมส่งชิงสมาชิกสภา อบจ.ครบทั้ง 24 เขต และมีโอกาสขับเคี่ยวชิงชัยกัน 3 คน ที่ลงสมัครและเปิดตัวตั้งแต่วันแรก

ตัวเต็งคนแรก ที่คอการเมืองภูเก็ตเก็งไว้ คือ หมายเลข 1 “โกยุส” นายจิรายุส ทรงยศ ลงสมัครในนามทีม “คนบ้านเรา” “โกยุส” เป็นที่ปรึกษาเก่าของนายไพบูลย์ นายก อบจ.คนเดิม

ตัวเต็งคนที่ 2 ว่ากันว่าเป็นคู่แข่งของ “โกยุส” คือ นายเรวัต อารีรอบ ที่มีความน่าสนใจเพราะผลงานในช่วง COVID-19 ก็ซื้อใจคนภูเก็ตได้ไม่น้อย ศึกนี้คือศึกที่จะวัดพลังระหว่างฐานเสียงพรรคการเมืองระดับชาติ และความเหนียวแน่นของเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นเดิมของ จ.ภูเก็ต

ส่วนหมายเลข 3 นายสรวุฒิ ปาลิมาพันธ์ ในนามคณะก้าวหน้าภูเก็ต ก็มีโอกาสสอดแทรกได้เหมือนกัน นายสรวุฒิ เป็นนักธุรกิจภูเก็ต มาจากครอบครัวนายหัวอีกตระกูลของภูเก็ตลงสนามการเมืองครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยมุ่งเน้นนโยบายที่หวังจับกระแสคนรุ่นใหม่ที่เทเสียงสนับสนุน “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ตั้งแต่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่และสนามภูเก็ต เป็นอีกแห่งที่ “คณะก้าวหน้า” หวังปักธงการเมืองท้องถิ่นที่นี่

ส่วนผู้สมัครคนอื่น ๆ คือ หมายเลข 4 นายทรงศักดิ์ สวนอักษร ทีมภูเก็ตปุ้นเต่ มีอาชีพเป็นทนายความ และหมายเลข 5 นายปัญญา ไกรทัศน์ ข้าราชการบำนาญ ที่เสนอตัวเป็นทางเลือกให้คนภูเก็ต

 

มาถึงฝั่งใกล้กรุงฯอย่างสมุปราการกันบ้าง โดยกลุ่มการเมืองที่เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ เมื่อโฟกัสไปที่นายกอบจ. ล้วนเป็นชื่อที่คุ้นเคยกันดีในท้องถิ่น ‘สมุทรปราการก้าวหน้า’ มีนักร้องชื่อดัง อย่างนันทิดา แก้วบัวสาย ลงสมัครเป็นนายกฯ ภายใต้สังกัด ‘บ้านใหญ่’ ที่คนสมุทรปราการรู้กันดีว่าเป็นใครในพื้นที่

นันทิดาเป็นอดีตภรรยาของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกฯ และยังเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. สมุทรปราการมาแล้ว ครั้งนี้จึงเป็นการเดินกลับสู่ถนนการเมืองอีกครั้ง และทำให้คู่แข่งเกรงกลัวเลยก็ว่าได้ เพราะว่ามีแต้มต่อสูงมาก

ส่วนทางฝั่งพระประแดง กำนันอำนวย รัศมิทัต ภายใต้ชื่อกลุ่ม ‘รวมพลังสมุทรปราการ’ เป็นอีกสังกัดการเมืองที่ประมาทไม่ได้ เพราะเคยชนะบ้านใหญ่ ก้าวขึ้นเป็นนายกฯ มาแล้ว และยังมีลูกสาว เรวดี รัศมิทัต ที่เคยเป็น ส.ส. สมุทรปราการ เป็นฐานเสียงช่วยหนุนอีกแรง ส่วน‘คณะก้าวหน้า’ ได้ส่ง ธัชชัย เมตโต ลงสู้ศึกท้องถิ่น โดยมีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และระดับแกนนำในคณะก้าวหน้าต่างลุยช่วยหาเสียงเต็มที่ เพราะเป็นเขตพื้นที่บ้านของธนาธร ซึ่งครั้งหนึ่งธนาธรหวังใจว่า จะสามารถสู้ฐานเสียงของนันทิดาได้

ส่วนในพื้นที่ชลบุรี บ้านใหญ่คุณปลื้ม มีผู้สมัครหมายเลข 1 นายวิทยา คุณปลื้ม อดีตนายกอบจ. – จากกลุ่ม “เรารักชลบุรี” เป็นตัวเต็งอยู่ในขณะนี้ โดยมี หมายเลข 2 น.ส.พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง คณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี หมายเลข 3 นายสรายุทธ วงษ์แสงทอง “หัวหน้ากลุ่มชลบุรีก้าวหน้า” และ หมายเลข 4 นายสภา พละวารี ในนามอิสระ เป็นตัวคู่แข่ง แต่ไม่ได้มีความน่ากลัว หรือท้าทายมากนัก

ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ผู้ลงสมัครที่น่าสนใจคือ หมายเลข 2 นายจิระวัฒน์ สะสมทรัพย์ กลุ่มชาวบ้าน-บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ ที่มีฐานเสียงจากนายไชยา สะสมทรัพย์ ที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ถูกด้านหมายเลข 1 คือนายชัชวาล จันทะสาร คณะก้าวหน้า หมายเลข 3 นายกองโทพเยาว์ เนียะแก้ว พลังแผ่นดิน และ หมายเลข 4 นายวินัย วิจิตรโสภณ พรรคเพื่อไทย

ปิดท้ายกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากที่นายธนาธร โดนชาวบ้านในพื้นที่โห่ไล่ และมีการล้อมรถเกิดขึ้นนั้น ในส่วนตัวผู้สมัครนายกอบจ. มีทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ มาลงชิงศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ถึง 8 คน ประกอบด้วย หมายเลข 1 นายอำนวย ยุติธรรม ทีมนครประชารัฐ , หมายเลข 2 นางกนกพร เดชเดโช  จากทีมพลังเมืองนคร, หมายเลข 3 นายอนันต์ ทองอุ่น ทีมทิศทางใหม่, หมายเลข 4 นายแพทย์อิสระ หัสดินทร์ ทีมนครก้าวหน้า, หมายเลข 5 นายนนทิวรรธน์ นนทภักดิ์ ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 6 พล.ท.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ทีมคนรักเมืองคอน, หมายเลข 7 นายพิชัย บุณยเกียรติ ทีมทำทันที และหมายเลข  8 นายพงษ์ฐกร ไพริน ผู้สมัครอิสระ

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ก่อนเลือกตั้ง ยังคงมาแรง โดยนายพิชัย บุณยเกียรติ ผู้สมัครหมายเลข 7 “ทีมทำทันที” ที่ประกาศขอความยุติธรรมทวงคืนโอกาสในการพัฒนาเมืองคอนและตำแหน่งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เพื่อเข้าไปต่อยอดหลายโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบ้านเมืองและประชาชน โดยมีสโลแกนว่า “ทำทันที สานงานต่อก่องานใหม่” และคู่แข่งที่ทำให้ประมาทไม่ได้คือ นางกนกพร เดชเดโช หมายเลข 2 อดีต ส.อบจ.เขต อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเป็นอดีตภรรยา นายวิฑูรย์ เดชเดโช นายก อบจ.นครศรีธรรมราช และมีลูกชายคือ นายชัยชนะ เดชเดโช เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 6 จ.นครศรีธรรมราชด้วย

ส่วนนายแพทย์อิสระ หัสดินทร์ ทีมนครก้าวหน้า เป็นนายแพทย์ผู้มุ่งมั่นที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง อยู่ภายในการนำของนายธนาธร ที่เข้ามาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง และหวังคะแนนจากคนรุ่นใหม่ที่จะเทคะแนนให้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่อาจจะไม่สมหวังอย่างที่คิดไว้ เมื่อคนในพื้นที่ได้ลุกฮือประกาศชัดว่าไม่สนับสนุนคนทำลายชาติ เนื่องจากนายธนาธรได้เคลื่อนไหวสนับสนุนม็อบมาตลอดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา