เต้น ณัฐวุฒิ ออกจากคุกแล้ว อย่าลืมแวะไปทักทาย “ชัยเกษม” สมัยเป็นอัยการสูงสุด สั่งชี้ขาดคดี

2737

นายวิทยา สุริยวงศ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้า (18 ธ.ค.) ที่ผ่านมาตนได้เสนอเอกสารการพักโทษ

ให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เซ็นอนุมัติให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับการพักการลงโทษกรณีพิเศษจำนวน 76 รายเพื่อเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติด้วยการติดอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ติดตามตัว หรือกำไลอีเอ็ม ซึ่งขั้นตอนหลังจากนายสมศักดิ์ ได้เซ็นต์เอกสารที่คณะกรรมการพักโทษฯแล้ว ขั้นตอนต่อไปทางกรมราชทัณฑ์จะต้องนำเอกสารไปตรวจสอบก่อนจะนำตัวผู้ต้องขังไปยังสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด

สำหรับกรณีของนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตแกนนำนปช.นั้นจะถูกนำมาตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาติดกำไลอีเอ็มที่อาคารไอทีสแควร์

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษในครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ บัญชีนักโทษเด็ดขาด กรณี เจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรืออายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป กรณีส่งเสริมคุณภาพชีวิตนักโทษเด็ดขาดสูงอายุ กรณีนักโทษเด็ดขาดโทษระยะสั้น คดีความความผิดทั่วไปที่ต้องพิจารรารอบคอบ กรณีพักการลงโทษเหตุพิเศษคดีทั่วไปโครงการกำลังใจ

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ทั้งนี้นายณัฐวุฒิ ได้รับการพักโทษกรณีนักโทษเด็ดขาดที่มีโทษระยะสั้น คดีความผิดทั่วไปที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2563 นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมารอรับ นายณัฐวุฒิ ที่ได้รับการอภัยโทษที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยมีมวลชนจำนวนหนึ่งมารอรับด้วยเช่นกัน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะไม่ปล่อยตัวนายณัฐวุฒิที่เรือนจำ แต่จะนำตัวไปที่กรมควบคุมความประพฤติ จ.นนทบุรี เพื่อใส่กำไลอีเอ็มก่อนจะปล่อยตัว ทำให้กลุ่มเสื้อแดงมารอเก้อเป็นจำนวนมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รอจนเหงือกแห้ง!! ณัฐวุฒิ ยิ้มแฉ่ง “สมศักดิ์” เซ็นปล่อยตัว “พ้นคุก” ได้กลับนอนบ้านแล้ว!!

หากย้อนรอยไปดูคดี “นปช.” บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” กดดันให้ลาออก จนนำไปสู่ศาลฎีกา พิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน 5แกนนำนั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2550 แกนนำ นปช.หรือชื่อในขณะนั้นคือ “กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.)” ทั้ง 15 คน พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุมหลายพันคน ประกาศเคลื่อนขบวนจากการชุมนุมที่สนามหลวงไปปิดล้อมบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” เพื่อกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี

ด้วยเหตุเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ซึ่งขณะนั้นตำรวจพยายามเจรจาให้ยุติการชุมนุม ไปจนถึงการใช้แก๊สน้ำตา ทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มบานปลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุม ได้รับบาดเจ็บหลายราย จนในที่สุดตำรวจได้เข้าจับกุม “นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล” แกนนำกลุ่มพิราบขาว2006 สำเร็จ ส่วนแกนนำ นปก.คนอื่น ประกาศให้ผู้ชุมนุมล่าถอยกลับไปที่ตั้งท้องสนามหลวงอีกครั้ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งข้อหาซ่องสุมเกินกว่า 10 คน ต่อแกนนำ นปก. ประกอบด้วย

-นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย

-พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย

-นายจรัล ดิษฐาอภิชัย

-นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ

-นายวีระ มุสิกพงศ์

-นายจตุพร พรหมพันธุ์

-นายจักรภพ เพ็ญแข

-นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

-นายแพทย์เหวง โตจิราการ

โดยแกนนำทั้งหมดได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว แต่อัยการได้พิจารณาสำนวนคดี สั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากผู้ต้องหาได้ยื่นหลักฐานเอกสารร้องขอความเป็นธรรมให้อัยการพิจารณาจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง และส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณา


แต่ทางด้าน “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ขณะนั้น มีความเห็นแย้งให้ฟ้องผู้ต้องหา และส่งความเห็นแย้งให้ นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ขณะนั้น พิจารณาชี้ขาด จนกระทั่งอัยการสูงสุด มีความเห็น “ชี้ขาด” สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหา มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และข้อหาอื่นตามความเห็นแย้งของ ผบ.ตร.

สำหรับนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ในขณะนั้น ปัจจุบันได้กลายมาเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย แม้ว่าเต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะเคยเป็นสส.เพื่อไทยมาก่อน ก็ไม่ได้รับการยกเว้นในการสั่งฟ้อง จนนำมาสู่การเดินเข้าเรือนจำรับโทษ และได้รับการพักโทษในที่สุด