อัษฎางค์ ลากไส้ ครอบครัวศักดินา “ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ” ที่เอาเปรียบประชาชนมาโดยตลอด!?!

1898

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการประวัติศาสตร์ แฉ ความย้อนแย้งของตระกูลจึง ชำแหละ สกุลธร ถูกหลอกหรือติดสินบน?

จากกรณีที่นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องของการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ด้วยเงินก้อนใหญ่เพื่อหวังแลกกับสัญญาเช่าที่ดินแปลงใหญ่ย่านชิดลม แต่กลับกลายเป็นว่า โดนหลอกอีกที เนื่องจากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งก็เป็นที่จับตามมองและวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ทำไม นายสกุลธรถึงยังไม่ถูกดำเนินคดี

ต่อมาเมื่อวานนี้ นายสกุลธร ได้ออกมาแถลงยืนยันความบริสุทธิ์และมีประเด็นที่อยากชี้แจงถึงกรณีติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งหลายคนมองว่า การแถลงดังกล่าวมีข้อสงสัยและพบพิรุธหลายข้อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก

ล่าสุดทางด้าน อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการประวัติศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงกรณีนายสกุลธร ปมติดสินบนและได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า

สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ถูกหลอกหรือติดสินบน?
คนไทยถูกธนาธรหลอกให้ต่อต้านศักดินา ทั้งที่จึงรุ่งเรืองกิจ คือครอบครัวศักดินาที่เอาเปรียบประชาชนหรือไม่?
………………………………………………………………….
การถูกหลอกกับการติดสินบน เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? มาดูกัน
1) จะเข้าข่าย”ถูกหลอก” เมื่อมีคนมาหลอกให้สกุลธร ควักเงินออกจากกระเป๋า โดยอ้างว่าจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการ ทั้งที่ผู้นั้นไม่มีความสามารถในการดำเนินการจริงตามที่กล่าวอ้าง
2) จะเข้าข่าย”การติดสินบน” เมื่อสกุลธรเป็นคนเริ่มต้น”จ่ายเงินออกไป” เพื่อจ้างวานให้ใครนำใช้ในการติดสินบน
………………………………………………………………….
แต่ข้อที่น่าสังเกต อย่างน่อย 2 ข้อคือ…
1) เงิน 500 ล้านบาท ที่ตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายเป็นค่าตอบแทน นั้นเป็นจำนวนเงินมหาศาล ค่าตอบแทนหรือค่าดำเนินการอะไรถึงได้มากมายขนาดนั้น
2) คำให้การตอนหนึ่งของผู้กระทำผิด คือ มีการนำเงินส่วนหนึ่งจากยอดที่สกุลธรจ่ายมาแล้ว 20 ล้าน ไปมอบให้รองผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินฯ “เพื่อจูงใจ”
ซึ่งคำว่า “เพื่อจูงใจ” นี้อาจชัดได้ว่ามีเจตนา”ติดสินบน”
………………………………………………………………….
แต่…ปัญหามันอยู่ที่ เจ้าพนักงาน จะทำคดีให้ออกมาแบบไหน เพราะเป็นอำนาจในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ จะทำคดีให้ออกมาในแนวใด
ถ้าพูดกันแบบชาวบ้านเมาส์กัน ก็เมาส์กันได้ว่า สำนวนของตำรวจและอัยการจะช่วยสกุลธรหรือไม่?
ซึ่งมันจะเข้าประเด็นที่ธนาธรผู้พี่ และเดอะแก๊ง ปลุกปั่นประชาชนและเยาวชนว่า ระบบขุนนางและศักดินา คือการใช้เส้นสายเพื่อเอารัดเอาเปรียบประชาชน
การที่นายทุนใช้วิธีซอกแซก มีนอกมีใน มีบนโต๊ะใต้โต๊ะ คือการคอรัปชั่นที่เกาะกินระบบราชการและเอกชนของไทยมายาวนาน
ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาธรและเดอะแก๊ง ชี้ชวนให้ประชาชนและเยาวชนลุกฮือขึ้นต่อสู้
ทั้งที่ตนเองและครอบครัวก็คือ นายทุน ที่ทำธุรกิจ และธุระกรรม ที่อยู่ในห่วงโซ่คอรัปชั่นในระบบที่พึงพาอาศัยกันของราชการและเอกชนนั้นด้วยเช่นกัน
………………………………………………………………….
ซึ่งมันยังมีเรื่องย้อนแย้งของธนาธรอีกมากมาย เช่น…
– ยุยง ปลุกปั่น ให้เด็กไม่แต่งชุดนักเรียน ทั้งที่ลูกหลานในครอบครัวก็แต่งชุดนักเรียนไปโรงเรียน
– ยุยง ปลุกปั่น ให้คนอื่น เลิกยิ้ม เลิกไหว้ เลิกเรียกพี่เรียกน้อง เรียกลุงป้าน้าอา แต่คนในครอบตนเองก็ยังเรียกพี่น้อง เรียกพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา และยังยิ้ม ยังไหว้
– ยุยง ปลุกปั่น ว่าประเทศนี้เป็นเผด็จการทหาร แต่ตนเองและพรรคพวกยังคงเดินหาเสียง สนับสนุนผู้สมัครในพรรคหรือในคณะตัวเอง เพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง เผด็จการทหารประเทศไหนมีการเลือกตั้ง
………………………………………………………………….
กลับไปปฏิรูปครอบครองตัวเองก่อนดีมั้ย