ศิโรตม์ นักข่าววอยซ์ทีวี ออกตัวปกป้องสกุลธร เป็นเหยื่อถูกโจมตี คดีติดสินบน 20 ล้าน

1383

จากกรณีที่นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยซัมมิท ออโต พาร์ท อินดัสตรี จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออก PRESS RELEASE ชี้แจงกรณีที่ดิน 3 หน้า โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ข้าพเจ้า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยากจะชี้แจงสังคมเกี่ยวกับเรื่องที่ดินบริเวณชิดลมว่าข้าพเจ้าขอยืนยันความบริสุทธิ์และมีประเด็นที่อยากชี้แจง 6 ข้อ ว่าตนเองก็เป็นผู้ที่ถูกหลอกในเรื่องที่ดินด้วยนั้น


ต่อมาทางด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคำชี้แจงของนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียล แอสเสท ดิเวลอปเม้นท์ จำกัด และน้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ยืนยันเป็นผู้เสียหายและเป็นผู้บริสุทธิ์ จากกรณีติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำนวน 20 ล้าน พร้อมตั้งข้อสงสัย 6 ข้อย้อนถามน้องชายของธนาธร


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : วัชระ ตั้งคำถาม 6 ข้อ จับพิรุธ สกุลธร เบื้องหลังทุจริตที่ดิน ติดสินบนจนท. “สมพร-ธนาธร” ต้องรู้เห็น

ล่าสุดในเฟซบุ๊กของ Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์) นักข่าวช่องวอยซ์ทีวี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “น้องธนาธรยันไม่เคยจ่ายสินบนสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ย้ำตนเองคือผู้เสียหายจากเจ้าหน้าที่ทรัพย์สินปลอมเอกสาร เผยเป็นคนยื่นให้ตรวจสอบทุจริตเอง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

“สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” น้องชาย “ธนาธร” ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีโดย ส.ว.และสื่อการเมืองบางกลุ่มว่า “จ่ายสินบน 20 ล้าน” ให้เจ้าหน้าที่สํานักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพื่อได้สิทธิเช่าที่ดินย่านชิดลมในปี 2560 ล่าสุด “สกุลธร” ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อกล่าวหาดังนี้

“สกุลธร” ระบุไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯ เป็นการส่วนตัว มารู้จักฐานะของ “ประสิทธิ์ อภัยพลชาญ” หลังจากตำรวจสืบคดีแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ทรัพย์สินฯ คดีนี้อีกรายคือ “สุรกิจ ตั้งวิทูวนิช” เพิ่งรู้จักปี 2560 ผ่านนายหน้า ไม่มีความสนิทสนมใด ๆ

“ที่ดินแปลงนี้มีคณะนายหน้าจำนวนหลายท่านได้รวมตัวเข้ามาเสนอที่ดิน ข้าพเจ้าไม่ได้ไปวิ่งหาที่ดินตั้งแต่แรก แต่เป็นนายหน้าเข้ามาเสนอที่ดินให้ข้าพเจ้า เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจ จึงดำเนินโครงการต่อ”

น้องธนาธรชี้แจงต่อว่า

“โครงการดังกล่าวมีขนาด 160,000 ตารางเมตร มีการจ้างที่ปรึกษาหลายหน่วยงานเพื่อส่งแผนพัฒนาเพราะเชื่อเพียงว่าการผ่านการพิจารณาได้จะต้องทำโครงการให้มีความโดดเด่น”
“การชำระเงินที่มีข่าวออกไป เป็นการชำระค่าจ้างในลักษณะของ Real Estate Consultancy แบ่งจ่ายเมื่อแผนงานมีความคืบหน้า ได้มีการทำเอกสารราชการปลอมนำมาแสดงกับข้าพเจ้า เพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทำงานอันจะทำให้มีสิทธิขอเบิกค่าจ้างตามที่สัญญากำหนดไว้ได้ ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเสียหาย”

สกุลธรระบุว่าสองเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ปลอมแปลงเอกสารขึ้นมา

“วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 แต่ต่อมานายหน้าแจ้งว่าขอยกเลิกการประชุม 1 วันก่อนถึงวันประชุม จึงเป็นเหตุที่ทำให้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ”

“ข้าพเจ้าส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าว โดยมีการบันทึกรับเอกสารจากสำนักงานฯ และได้รับหนังสือตอบว่ายังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่ ข้าพเจ้าจึงได้ยกเลิกสัญญาและส่งหนังสือทวงหนี้ 2 ครั้งตามระบบ”

“การที่เราตรวจสอบเอกสาร ทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ตรวจสอบและได้สืบสวนต่อจนทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้”
สกุลธรย้ำข้อเท็จจริงทางกฎหมายว่าตนเองคือผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง”

ที่มาเฟซบุ๊ก : Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)