ดร.ชวินทร์ ชมโครงการคนละครึ่งลุงตู่อาจได้โนเบล ซัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายโง่ถ่วงความเจริญ

5948

จากที่ ศาสตราจารย์ ดร.ชวินทร์ ลีนะบรรจง อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอข้อเขียนอนาคตเศรษฐกิจไทยไว้อย่างน่าสนใจ โดยมีการพูดถึงโครงการคนละครึ่ง และนักการเมืองฝ่ายค้านรวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  

1.โดยปกติไม่เคยเห็นด้วยกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยมาตรการการคลังประเภทใช้จ่ายเงินจากภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นโครงการชื่ออะไร มันเป็นนโยบาย “ไอติมแท่งกลางแดด” กว่าจะไปถึงเป้าหมายคนที่ต้องการก็ละลายหายไปกลางทางเสียเกือบหมดแท่ง จากการคอร์รัปชั่น ทำให้เกิดหนี้สาธารณะแต่ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด จำนำข้าว เป็นตัวอย่างเลวที่ชัดเจนที่สุด

  1. มาถึงรัฐบาลลุงตู่ ก็ต้องเปลี่ยนใจ # โครงการคนละครึ่งก็ดี โครงการเราเที่ยวด้วยกันก็ดี อาจนับได้ว่าเป็นสุดยอดของนวัตกรรมการคลังประเภทใช้จ่ายเงินจากภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่อาศัยเทคโนโลยีปัจจุบันได้อย่างเยี่ยมยอด คนคิด/ลุงตู่อาจได้โนเบล (stars) สาขาเศรษฐกิจ

สาเหตุเพราะ (1) เป็น co-payment ที่รัฐไม่ได้จ่ายคนเดียวไม่ใช่ของฟรี ทำให้มีวินัยในการใช้จ่าย  (2) คอร์รัปชั่นยากเพราะเงินเข้ากระเป๋าคนที่เป็นเป้าหมายโดยตรง ไม่ต้องผ่าน สส. หรือผู้มีอำนาจอนุมัติ และ (3)ได้ผลเร็ว เนื่องจากผ่านระบบอิเลคโทรนิคส์ ทำให้เงินภาครัฐเข้าสู่เป้าหมายในทันที ขณะที่เป้าหมายก็สามารถจ่ายผ่านระบบ อิเลคโทรนิคส์ได้โดยตรงเช่นกัน

(สแกน QR Code) ไม่ต้องกรอกใบสมัครให้ยุ่งยาก อนุมัติครั้งเดียว ได้หลายแสนหลายล้านคน ทำให้ตัวคูณ ค่าใช้จ่าย(multiplier) ทำงานได้เต็มที่ และรวดเร็วทันใจ

  1. ถ้าฝ่ายค้านจะมาโจมตีรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจก็คงจะลำบาก เหตุก็เพราะ (stars) รัฐบาลมุ่งเป้าไปในคน 2 กลุ่ม คือ ชนชั้นรายได้น้อย (โครงการคนละครึ่ง) ที่มีสัดส่วนประชากรและการบริโภคต่อรายได้สูง และ ภาคการท่องเที่ยว (โครงการเราเที่ยวด้วยกัน) ที่มีขนาดในจีดีพีใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ และเป็นแหล่งการจ้างงานที่ถูกผลกระทบจากโควิด 19 มาก

ทำให้รัฐบาลไม่ถูกแรงกดดันให้ต้อง เปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติในเวลาที่ยังไม่พร้อม(ก่อนหน้านี้) เนื่องจากต่างชาติยังเป็นแหล่งแพร่เชื่อที่ไม่สามารถควบคุมได้ ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวก็ว่าได้

4.ในมุมเศรษฐกิจมหภาคประเทศไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เมื่อได้ fine-tune fiscal measures ใน 2 โครงการข้างต้น คลื่นเศรษฐกิจที่ตกเป็นท้องช้างก็น่าจะหดสั้นลง พูดอีกนัยหนึ่งก็คือเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวในลักษณะ “ข” มากกว่า “อ” ที่มีส่วนช่วงล่างสั้นกว่านั่นเอง

  1. ถ้าวัคซีนได้ผลดี อุปสงค์ของโลกน่าจะฟื้นตัวได้ไม่ยาก (stars)ขณะที่รัฐบาลลุงตู่ก็ได้ปรับปรุงโครงสร้างขั้นพื้นฐานต่างๆไว้รอรองรับค่อนข้างมาก ทั้งรถ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน

ความได้เปรียบของประเทศไทยที่เตรียมตัวรองรับการฟื้นตัวของอุปสงค์รวมจึงเหนือกว่าประเทศอื่น ที่สาละวนแก้ปัญหาโควิดแบบลิงแก้แห อยู่ในขณะนี้

ข้อ 6.  กล่าวได้ว่า ขณะนี้จึงมีเพียงนักการเมืองเท่านั้นที่เป็นตัวถ่วงความเจริญ เพราะมุ่งแต่แก้รัฐธรรมนูญราวกับว่าหากแก้แล้วจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจข้างต้นได้อย่างนั้น

หากมีรัฐธรรมนูญฉบับของพวกเขาเอง แก้รัฐธรรมนูญแล้วประโยชน์ตกอยู่ที่ใคร? แก้รัฐธรรมนูญแล้ว มีงานทำ มีรัฐมาช่วยออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่งหรือไม่?

แก้รัฐธรรมนูญ ทำให้ฝ่ายค้านกลายเป็น ฝ่าย “โง่” ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ  เห็นแล้วหรือยังครับตัวถ่วงความเจริญ