ดร.นิว จับโป๊ะ “สกุลธร” ออกแถลงแจงปม ติดสินบน 20 ล้าน มีความย้อนแย้ง น่าสงสัย!?!

1539

ดร.นิว จับพิรุธ สกุลธร หลังออกแถลงชี้แจงปมติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สิน 20 ล้าน ลั่น รู้สึกอึ้ง กับความย้อนแย้ง

จากกรณีที่น้องชายของธนาธร นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มีการจ่ายเงิน 20 ล้านบาทให้กับบุคลากรคนหนึ่งของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หวังจะได้สัมปทานที่ดินทำเลทองย่านชิดลม แต่กลับกลายเป็นว่า โดนเขาหลอกอีกที เนื่องจาก บุคลากรคนนั้นไม่มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งก็เป็นที่จับตามมองและวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ทำไม นายสกุลธรถึงยังไม่ถูกดำเนินคดี

ต่อมาเมื่อวานนี้ (16 ธันวาคม 2563) นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออก PRESS RELEASE ชี้แจงกรณีที่ดิน 3 หน้ามีเนื้อหาว่า ข้าพเจ้า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยากจะชี้แจงสังคมเกี่ยวกับเรื่องที่ดินบริเวณชิดลมว่าข้าพเจ้าขอยืนยันความบริสุทธิ์และมีประเด็นที่อยากชี้แจง ดังนี้

1.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เป็นการส่วนตัว รวมถึงข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ท่านใดก็ตาม ข้าพเจ้ามารู้ว่าคุณประสิทธิ์คือใครหลังจากตำรวจได้ทำการสืบคดีแล้วเท่านั้น

2.ในปี 2560 ข้าพเจ้าได้รู้จักนายสุรกิจผ่านนายหน้าที่รู้จักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันมาก่อน รวมถึงไม่มีความสนิทสนมใดๆ ตลอดระยะเวลาในการทำงาน ที่ดินแปลงนี้มีคณะนายหน้าจำนวนหลายท่านได้รวมตัวเข้ามาเสนอที่ดินให้กับข้าพเจ้า ดังนั้นการเจรจาต่างๆ มีผู้รับรู้หลายท่านเป็นสิ่งที่เปิดเผยมาก และการที่คนที่เพิ่งรู้จักกันมันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะบอกให้คุณสุรกิจนำเงินไปดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับบุคคลที่สามหรือมีลักษณะเรียกเงินเพื่อให้มีการกระทำที่ทุจริตยิ่งเป็นไปไม่ได้ ซึ่งผมขอยืนยันว่าในกรณีนี้ผมไม่ได้ไปวิ่งหาที่ดินตั้งแต่แรก แต่เป็นนายหน้าเข้ามาเสนอที่ดินให้ข้าพเจ้า โดยที่ผมไม่ได้เป็นผู้มอบหมายให้นายหน้าไปจัดหาเมื่อผมพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจจึงมีการดำเนินโครงการต่อ

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

3.ทั้งนี้ตลอดการทำงานข้าพเจ้าเน้นย้ำเสมอถึงความโปร่งใสและการทำงานบนความถูกต้อง โดยมีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจนว่า “ในการปฏิบัติงานนายหน้าจะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามข้อบังคับหรือระเบียบต่างๆ และรวมถึงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพของนายหน้า ”

4.ทั้งนี้ตลอดในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีการทำงานหลายขั้นตอนจน Final project development proposal ได้ออกมาเป็นโครงการเป็นลักษณะ Mix-Use ขนาด 160,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย โรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน และคอนโดมิเนียม (ดูเอกสารประกอบที่ 1) ซึ่งตลอดการทำงานมีการจ้างที่ปรึกษาหลายหน่วยงานเพื่อส่งแผนการพัฒนานี้ ซึ่งมีการทำงานจริง เพราะขณะนั้นเชื่อเพียงว่าการผ่านการพิจารณาได้จะต้องทำโครงการให้มีความโดดเด่นเท่านั้น ดังนั้นการชำระเงินตามที่มีข่าวอออกไป เป็นการชำระค่าจ้างในลักษณะของ real estate consultancy ตามคู่สัญญาการค้าที่มีการระบุในสัญญาตามมาตรฐานธุรกิจทั่วไป โดยแบ่งจ่ายเมื่อแผนงานมีความคืบหน้า ทุกครั้งมีการชำระเงินเป็นเช็คและได้มีการบันทึกใบรับเช็คตามมาตรฐานสัญญาธุรกิจทั่วไป ซึ่งไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหลีกการตรวจสอบ ในกรณีนี้ได้มีการทำเอกสารราชการปลอมนำมาแสดงกับข้าพเจ้าเพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทำงานอันจะทำให้มีสิทธิ์ขอเบิกค่าจ้างตามที่สัญญากำหนดไว้ได้ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเสียหาย

5.ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อเชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 (ภายหลังทราบว่าเป็นหนังสือที่ได้ถูกปลอมแปลงขึ้นมา) ปรากฏว่า ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าว่าขอยกเลิกการประชุมล่วงหน้า 1 วันก่อนถึงวันประชุม จึงเป็นเหตุที่ทำให้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวโดยมีการบันทึกรับเอกสารจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แจ้งว่า ยังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่แต่อย่างใด ข้าพเจ้าจึงได้ยกเลิกสัญญาและส่งหนังสือทวงหนี้ 2 ครั้งตามระบบ ซึ่งจากการที่เราตรวจสอบเอกสารจนค้นพบข้อเท็จจริงทั้งหมดแสดงถึงความบริสุทธิ์ว่าเราไม่มีการไหว้วานใครให้ไปกระทำการที่ผิดกฎหมาย จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำการตรวจสอบและได้ทำการสืบสวนต่อจนทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จากเหตุการณ์นี้

6.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ข้าพเจ้าขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากข่าวที่สังคมได้รับนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่น ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วกรณีนี้ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากการปลอมแปลงเอกสาร สำหรับสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจงนั้นได้ถูกปรากฏอยู่ในเอกสารสำนวนสอบสวนตั้งแต่แรก ในส่วนของค่านายหน้านั้นเป็นการตกลงตามมาตรฐานในวิชาชีพตามหลักสากลของธุรกิจนี้และจะทำการชำระก็ต่อเมื่อได้ทำธุรกรรมจดสิทธิ์การเช่าที่สำนักงานที่ดินให้แล้วเสร็จ

ข้าพเจ้าขอยืนยันสิ่งที่ชี้แจงมาทั้งหมดเป็นความสัตย์จริง และยืนยันว่าไม่เคยใช้ให้ผู้ใดไปดำเนินการสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะใช้ความระมัดรังวังให้มากยิ่งขึ้นกับการดำเนินธุรกิจต่อไปในภาคหน้า เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใดๆ ทั้งกับตนเองและหน่วยงานอื่น

ล่าสุดทางด้าน ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีของแถลงการณ์ของนายสกุลธร ถึงข้อสงสัยในหลายประเด็น โดยระบุข้อความว่า

เมื่ออ่านคำแก้ตัวของนายสกุลธรผ่านกระดาษที่จั่วหัวว่า PRESS RELEASE แล้วรู้สึกอึ้งกับความไม่สมเหตุสมผล และเกิดความสงสัยในหลากหลายประเด็น…
1.เอกสารดูไม่มีความน่าเชื่อถือ รูปแบบที่ใช้ดูค่อนข้างไม่เป็นทางการสำหรับการเผยแพร่ออกสู่สังคม
2.ถ้านายสกุลธรเป็นผู้เสียหายจริงๆ ทำไมถึงไม่ฟ้องร้องนายประสิทธิ์ตั้งแต่แรก?
3.การทำธุรกิจกับที่ดินแปลงใหญ่ของสำนักงานทรัพย์สินฯต้องผ่านการประมูลแข่งขันเท่านั้น นักธุรกิจอย่างนายสกุลธรไม่ทราบเลยหรือ? การแก้ต่างว่าเป็นค่านายหน้าจึงดูตลกมาก
4.การอ้างว่าเป็นค่านายหน้า แต่จ่ายเงินก่อนทั้งๆที่การประมูลยังไม่เริ่มต้นเลยด้วยซ้ำ แสดงถึงเจตนาในการติดสินบน และความเคยชินกับการยัดเงินใต้โต๊ะหรือไม่?
5.นายสกุลธรอ้างว่าไม่ได้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ แล้วทำไมถึงไม่รอการประกาศจากสำนักงานทรัพย์สินฯเรื่องการเปิดประมูลแข่งขันให้เช่าที่ดินตามระเบียบ แต่กลับวิ่งตามนายหน้าราวกับนักธุรกิจที่ไร้ประสบการณ์?
6.ระยะเวลานัดเชิญให้มานำเสนอแผนโครงการก็ค่อนข้างสั้นมาก ทั้งที่ๆโครงการใหญ่ระดับนี้ควรมีการบอกล่วงหน้านานกว่านี้ ไม่ใช่ นัด 16 พ.ย. 2560 แล้วให้มานำเสนอ 23 พ.ย. 2560 ดังนั้นนักธุรกิจอย่างนายสกุลธรควรจะตั้งข้อสงสัยตั้งแต่ให้เวลาแค่ 7 วันแล้วหรือไม่?
7.ทั้งๆที่ยังไม่ผ่านการประมูลแข่งขันตามระเบียบ แต่ทำไมนายสกุลธรถึงได้ลงทุนในการวางแผนพัฒนาโครงการที่ดินจนเป็น Final project development proposal หรือเป็นเพราะมีความมั่นใจว่าจะได้เช่าที่ดินดังกล่าวจริงๆด้วยวิธีการที่ผิดระเบียบ?
8.การเผยแพร่ข้อมูลว่านายสกุลธรทุจริตติดสินบนถือเป็นการกล่าวหาที่ร้ายแรง นายสกุลธรไม่คิดจะฟ้องดำเนินคดีกับบรรดาผู้กล่าวหาบ้างเลยหรือ? หรือว่ากลัวขั้นตอนการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล?
9.ตอนเขียนแก้ต่างในครั้งนี้ นายสกุลธรอยู่ในภาวะเครียดจัด หรือว่าใช้ทนายหลายคน จึงใช้สรรพนามทั้ง “ผม” และ “ข้าพเจ้า” ปนกันจนดูตลก?
10.การกระทำที่อาจเข้าข่ายติดสินบนของนายสกุลธรในครั้งนี้ ทางษริษัทหรือกรรมการบริษัทรู้เห็นด้วยหรือไม่?
11.นายสกุลธรจะแก้ตัวอย่างไรก็ได้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และการพิสูจน์ความจริงภายใต้กระบวนการยุติธรรมของกฎหมาย
12.ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ก็ควรรับดีเบตจาก ดร.อานนท์ ในรายการถามตรงๆกับจอมขวัญให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ดร.ศุภณัฐ
16 ธันวาคม พ.ศ. 2563
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ