ช่อ-ปิยบุตร พูดมัดตัวเอง หลักฐานชัดแบบนี้? ทำไมกกต.ยังเฉยไม่สอบ!?!

1122

จากที่เมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า หรือ ช่อแถลงข่าวเตรียมดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการหาเสียง เลือกตั้งท้องถิ่น กรณีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แจ้งความ – ร้อง กกต. ผู้มีพฤติการณ์ข่มขู่ คุกคาม แสดงท่าทียั่วยุในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง

โดยน.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ จนถึงการดำเนินการในนามของคณะก้าวหน้า ขอยืนยันว่าประชาธิปไตยจะเบ่งบานได้ต้องยอมรับความเห็นต่าง ฉะนั้นคณะฯ น้อมรับคำติชมเสมอ และพยายามสื่อสารว่าการแลกเปลี่ยนความเห็นต่างอย่างมีอารยะ จะช่วยยุติความขัดแย้งและทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ จนถึงตอนนี้ปรากฏความพยายามยุยงปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับคณะฯและสมาชิก ด้วยการเผยแพร่ข่าวสารเท็จ

ต่อมา 1 ธ.ค.63 ดร. ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร. นิว โพสต์ตั้งข้อสงสัย ช่อ พรรณิการ์ ลืมตัวหรือเปล่าว่าถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ออกมาแถลงข่าวยอมรับคณะก้าวหน้าทำกิจกรรมทางการเมือง เสี่ยงผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 111 ระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แถมส่อเผื่อแผ่ความซวยให้กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล รวมถึงผู้สมัครทั้งหมดในนามของคณะก้าวหน้าอีกด้วย

“แถลงอย่างไรให้มัดตัวเอง คุณช่อลืมตัวไปหรือเปล่าว่า ตัวเองกับแกนนำคณะก้าวหน้าคนอื่นๆ อย่าง นายธนาธร และ ปิยบุตร ต่างก็ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่คุณช่อกลับออกมาแถลงข่าวว่า “จากเวลาที่เหลืออีก 3 สัปดาห์ จะเป็นโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบจ. คณะก้าวหน้าจะยังคงเดินทางไปทุกจังหวัด ไปทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยไม่กังวลและไม่ต้องระวังตัว เพราะตราบใดที่เราเป็นนักการเมืองต้องเดินเข้าหาประชาชนได้” ดังที่ปรากฏอยู่ในหน้าข่าวหลายสำนัก

การออกมาแถลงข่าวของคุณช่อในครั้งนี้ จึงถือเป็นการออกมายอมรับว่าคณะก้าวหน้าทำกิจกรรมทางการเมืองในฐานะนักการเมืองจริง ทั้งๆ ที่อยู่ระหว่างการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และคณะก้าวหน้ามีกิจการคล้ายคลึงกับพรรคการเมือง โดยที่คณะก้าวหน้ามิได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ดังนั้น จึงมีโอกาสไม่น้อยที่คณะก้าวหน้าจะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 111 พร้อมกับการที่คุณช่อออกมาสร้างหลักฐานมัดตัวเอง และเผื่อแผ่ความซวยให้กับนายธนาธรและปิยบุตร รวมถึงผู้สมัครทั้งหมดในนามของคณะก้าวหน้าอีกด้วย

ผลสุดท้าย ถ้าถูกตัดสินว่ามีโทษทางกฎหมายก็อย่าโวยวายอีกนะ เพราะพวกคุณทำตัวเองทั้งนั้น ไม่มีใคร หรือกฎหมายใดๆ ลงโทษพวกคุณได้หรอก หากพวกคุณไม่ได้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง และการออกมาโทษผู้อื่นแบบมั่วๆ หรืออ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง มันไม่ได้แสดงถึงความเป็นปัญญาชน #ช่อเธอทำอะไรลงไป #พวกเราถูกตัดสิทธิ์อยู่นะ #อย่าทำตัวเหมือนพรรคสิ

สำหรับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

…มาตรา 111 ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปดําเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมือง หรือผู้ใดดําเนินการไม่ว่าด้วยวิธีใดให้เข้าใจว่าเป็นพรรคการเมืองโดยมิได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดห้าปี…

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องที่จะสุ่มเสี่ยงทำให้คณะก้าวหน้ามีความผิดต่อการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง จากปากของนายปิยบุตร ที่ปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดนนทบุรีเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 63 ซึ่งมีเนื้อหาบางช่วงที่ระบุว่า

“ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ นอกจากจะเป็นการได้เลือก อบจ. และ ส.อบจ.แล้ว เรายังจะได้ส่งผลถึงการเมืองระดับชาติ ก็เพราะพรรคอนาคตใหม่มาจนถึงคณะก้าวหน้า ชัดเจนว่าอยู่ตรงข้ามกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าชาวนนทบุรีออกมาร่วมกันกาเลือกพวกเราให้มากๆ นั่นก็จะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด ว่าชาวนนทบุรีต้องการให้ประยุทธ์ออกไปได้แล้ว

หากพี่น้องเลือกผู้สมัครของคณะก้าวหน้าทั่วประเทศให้ถล่มทลาย อย่างน้อยจะเป็นแรงหนุนเสริมให้กับลูกหลานของเราที่กำลังชุมนุมอยู่ทั่วประเทศในขณะนี้ เพราะในทางกลับกัน การเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้มีผู้สมัครนายก อบจ.จำนวนมากที่เอาใจช่วย พล.อ.ประยุทธ์อยู่แต่ไม่กล้าบอกตรงๆ แล้วถ้าเขาเหล่านี้ชนะการเลือกตั้งได้มาก ก็จะต้องมาอ้างว่าคะแนนนิยมของรัฐบาลยังดีอยู่

การเลือกตั้ง 20 ธันวาคมนี้สำคัญอย่างยิ่ง ขออนุญาตสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชนทั้งหมด การเลือกตั้งครั้งนี้ประหลาดกว่าที่เป็นมา ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต ใครอยากกานายก อบจ.จังหวัดใดตัวต้องไปอยู่ในจังหวัดนั้นในวันที่ 20 ธันวาคม เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทุกคนสำรวจตรวจสอบให้ดีว่าตัวเองมีสิทธิอยู่ที่ไหน แล้วจูงมือพี่น้องลูกหลานออกไปกากันให้เยอะๆ ท่านอาจจะต้องเสียค่าเดินทาง แต่การเสียครั้งนี้คุ้มค่าแน่นอน เพราะเรากำลังจะไปเลือกคนที่จะมาบริหารจังหวัดของท่าน ซึ่งแต่ละปีมีงบประมาณเป็นพันๆล้าน ว่าเขาจะบริหารออกมาหน้าตาเป็นอบ่างไร

ขอพี่น้องชาวนนทบุรีเดินหน้าข้าคูหา ร่วมกันใช้สิทธิเสียงเปลี่ยนนายก อบจ. แบบเดิมๆให้เป็นนายก อบจ.แบบใหม่ เปลี่ยนการเมืองท้องถิ่นแบบเดิมๆให้เป็นการเมืองแบบใหม่ๆ และส่งสัญญาณดังๆไล่ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไป พร้อมกับให้กำลังใจนายธนาธร ใช้แรง ใช้สมองของเขาพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาประเทศไทยไม่ต้องรอ 10 ปี” เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าว

นี่จึงเป็นคำถามที่ส่งเสียงไปถึงกรรมการการเลือกตั้ง ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการกระทำของนักการเมือง และพรรคการเมือง ที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆในห้วงเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง มีคำสั่งห้าม แล้วทำไมวันนี้กกต.จึงยังนิ่งเฉยต่อกรณีของช่อ พรรณิการ์ และปิยบุตร ที่มีหลักฐานคำพูดออกมา เพราะอย่างน้อยๆควรต้องสอบสวนสืบสวนว่าเท็จจริง-ถูกผิดจริงหรือไม่???