ผบ.ตร.สั่งห้ามตำรวจ เดินทางอวยพรปีใหม่ผู้บังคับบัญชา เกรงเข้าข่ายติดสินบน ขอปรับเลื่อนตำแหน่ง

843

พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง เลขานุการตำรวจแห่งชาติ ส่งหนังสือแจ้ง จตช. , รอง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า , ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า, ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเรื่องงดการอวยพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2564

ใจความว่า ด้วย ลก.ตร. ได้รับข้อสั่งการจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ขอให้ข้าราชการตำรวจงดการเดินทางออกนอกพื้นที่ไปอวยพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 โดยขอให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ทั้งงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

งานอำนวยความสะดวกด้านการจราจร งานบริการ งานช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาต่อประชาชน ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ที่ข้าราชการตำรวจทุกนายมอบให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ผบ.ตร. ในนามของผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ฝากขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถตลอดปีที่ผ่านมา และขออวยพรให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ สัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ

อย่างไรก็ตามเมื่อย้อนไปในปี 2559 ได้มีคำสั่งจาก สำนักงานป.ป.ช.เตือนเจ้าหน้าที่รัฐระวัง รับ-ให้ของขวัญปีใหม่ ผิดกฎหมาย เหตุพ.ร.บ.ประกอบ รธน.ว่าด้วย ป.ป.ช. ปี 43 ม.103 สั่งห้าม จนท.รัฐรับทรัพย์สิน-ประโยชน์จากบุคคลอันควร นอกจากกฎหมายกำหนด


ช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ ตามขนบธรรมเนียมประเพณีหรือวัฒนธรรมไทย ผู้คนมักนิยมส่งความสุขให้แก่กันและกันทั้งในรูปแบบบัตรอวยพร ของขวัญ ของฝาก โดยเฉพาะผู้น้อยหรือผู้อ่อนอาวุโส มักเตรียมของขวัญของฝากสำหรับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ นับเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีหรือวัฒนธรรมไทยที่ปฏิบัติกันมานาน แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น หากจะให้หรือรับของขวัญของฝากจากใครมีข้อควรระวัง เนื่องจากอาจเป็นการกระทำความผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2543 มาตรา 103 บัญญัติว่า ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา

ตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด โดยผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว มาตรา 122 บัญญัติให้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”