เฟซบุ๊กทำเพื่อคุ้มครองสิทธิจริงหรือ? ขู่ฟ้องรบ.ไทยที่ถูกเฟคนิวส์โจมตี-แฉFBเองก็เคยปิดเฟซปธน.ทรัมป์ที่อ้างยั่วยุ

1692

เฟซบุ๊กอ้างปกป้องสิทธิพลเมืองในการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่สนใจประเด็นอ่อนไหวที่ก่อผลกระทบทางสังคม วัฒนธรรมในประเทศต่างๆ จึงถูกร้องเรียนทั้งจากภาครัฐบาลและเอกชนหลายแห่งทั่วโลก  ล่าสุดกรณีในไทย การปิดเฟซกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส ที่เผยแพร่ข้อความยุยงปลุกปั่น ใส่ร้ายป้ายสี เป็นสิทธิและเป็นไปตามกฎหมายไทย และในประเทศสหรัฐเองเฟซบุ๊กก็ได้เคยปิดโพสที่ไม่เหมาะสมใช้ความรุนแรง แม้แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็โดนมาแล้ว เหตุใดจึงจะฟ้องร้องไทยในกรณีที่เหมือนกัน 

ที่สหรัฐอเมริกา เฟซบุ๊กได้ตัดสินใจระงับโพสของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อได้รับร้องเรียนว่าเป็นการให้ร้ายโดยไม่มีหลักฐานต่อกลุ่ม Black Lives’ Matter  และได้ปิดเฟซของฝั่ง Black Lives’ Matter ที่ส่งเสริมความรุนแรง 

สภาผู้แทนราษฎรของอินเดียส่งหมายเรียก ผู้บริหานเฟซบุ๊กเข้าชี้แจง ในวันที่ 2 ส.ค.2563 กรณีปล่อยเผยแพร่ข่าวปลอม ข่าวใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง โดยคณะกรรมการการข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี ดำเนินการไต่สวนตามคำร้องของ พรรคการเมือง BJP ที่ร้องเรียนว่า เฟซบุ๊กเพิกเฉยปล่อยให้มีการเผยแพร่ข่าวปลอม และเรื่องราวที่ผิดศีลธรรมของประเพณีโดยไม่กลั่นกรอง อีกทั้งเมื่อร้องเรียนไปยังสำนักงานเฟซบุ๊กแล้วไม่มีการตอบรับแก้ไขแต่อย่างใด 

องค์กร None of Your Business (NOYB) ซึ่งเป็นองค์กรพิทักษ์ข้อมูลส่วนบุคคลของออสเตรีย ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการกำกับดูแลด้านข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (EU) ให้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทเฟซบุ๊ก กูเกิล และแอร์บีเอ็นบี (Airbnb) และบริษัทด้านเทคโนโลยีรายอื่นๆ ของสหรัฐรวมกว่า 100 รายในข้อหาละเมิดกฎหมายของ EU ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เดือนตุลาคม 2562 ศาลสูงอียู(the European Court of Justice (ECJ) มีคำสั่งให้เฟซบุ๊กต้อง ปิดโพสที่ผิดกฎหมายทั่วโลก จากกรณีร้องเรียนที่ Ireland

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

เฟซบุ๊กประเทศไทย ต้องเคารพกฎหมายไทย

สื่อตะวันตกรายงานข่าวสัมภาษณ์โฆษกเฟซบุ๊กประเทศไทย ว่า เฟซบุ๊กเตรียมจะฟ้องร้องรัฐบาลไทยที่กดดันให้ปิดเฟสบุ๊คกลุ่มต่อต้านรัฐบาลไทยและราชวงศ์ และประกาศจุดยืนจะปกป้องสิทธิเสรีภาพของพลเมืองเฟซบุ๊กอย่างถึงที่สุด ขณะที่ข้อเท็จจริงรัฐบาลไทยโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้แจ้งความดำเนินคดีกับแอดมินและผู้เกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊ก รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส เพราะเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเรื่อง ความมั่นคง จนอาจสร้างความสับสนในสังคมไทย และกรณีที่แอดมินผู้กระทำความผิดอาศัยในต่างประเทศ ทางปอท.จะได้ประสานงานกับตำรวจ ตม.ต่อไปนั้น เมื่อปรากฎว่านายปวินและพวก ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กในนามกลุ่มรอยัลลิสต์ มาเก็ตเพลสทำผิดกฎหมาย มีโทษระดับก่อการร้าย เหตุใดเฟซบุ๊กจึงถือเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลไทยทำไม่ถูกต้อง หรือเฟซบุ๊กจะแสดงจุดยืนเคียงข้างฝ่ายก่อการร้าย

กลุ่มรอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลสทำผิดกฎหมาย  นำโดยนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์  เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง ทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันเป็นเท็จ และเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา  ซึ่งตรวจสอบแล้ว มีความผิดใน 6 ประเด็น

ประเทศไทยดำเนินการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง และถูกทำนองคลองธรรม 

ายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยถึงการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ว่า ในรอบ 7 เดือนแรกของปี 2563 กระทรวงดีอีเอส ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และประสานงานร่วมกับไอเอสพี จนนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน

รมว.กระทรวงดิจิทัล “ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งปิด หรือ ลบข้อมูลในเว็บไซต์ผิดกฎหมายไปแล้ว จำนวน 7,164 ยูอาร์แอล (วันที่ 23 ก.ค.63) จากจำนวนที่กระทรวงได้รับแจ้งทั้งสิ้น 8,715 ยูอาร์แอล และมีการส่งศาล 7,164 ยูอาร์แอล สำหรับการกระทำผิดส่วนใหญ่ที่ได้รับข้อมูลจากการแจ้งข้อมูลเข้ามา พบว่าส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ และมีช่องทางอื่นๆ บ้าง ดีอีเอส ได้ดำเนินการส่งข้อมูลให้กับ บก.ปอท. จำนวน 7,164 ยูอาร์แอล พร้อมพยาน หลักฐาน และคำสั่งศาล เพื่อดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

กระทรวงได้เตรียมการในการดำเนินการต่อแพลตฟอร์มใดก็ตามในต่างประเทศที่ให้บริการคนไทย ทำธุรกิจในประเทศไทย ต้องเรียนรู้ที่จะเคารพกฎหมายไทย และให้เกียรติ และรับผิดชอบต่อความรู้สึกของคนไทยและสิ่งที่ประเทศไทยยึดมั่นยึดถือด้วย ด้านเรื่องความมั่นคง กระทรวงได้ขอความร่วมมือไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งทาง ยูทูบ ได้ดำเนินการตามที่ขอประมาณ 90% แต่เฟซบุ๊กดำเนินการเพียง 28% ส่งไป 4,676 เรื่อง ทางเฟซบุ๊กดำเนินการไป 1,316 เรื่อง จึงต้องสื่อสารยัง เฟซบุ๊ก ว่าเมื่อดำเนินการในเมืองไทยก็อยากให้ให้ความร่วมมือในการให้ความเคารพ มีความรับผิดชอบต่อสังคมไทย” นายพุทธิพงษ์ กล่าว