รุ้งร่อนแถลงการณ์ ผวาม็อบสับสน โยนคนตัดสินใจเอาคอมมิวนิสต์มากน้อย?

1587

จากกรณีที่ เพจ “เยาวชนปลดแอก – Free YOUTH” ได้โพสต์เผยแนวคิดคอมมิวนิสต์โดยการชูสัญลักษณ์ค้อนเคียว จนทำให้เป็นที่สับสนกับนักวิชาการและผู้ติดตามการชุมนุมถึงทิศทางอุดมการณ์ที่เปลี่ยนไป เพราะคอมมิวนิสต์ถือเป็นอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกับประชาธิปไตยและอุดมการณ์ที่ม็อบเคยเรียกร้อง

ต่อมาทำให้นาย พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำม็อบคณะราษฎร 63 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน

ผมขอชี้แจงกับทุกท่านว่าผมเป็นสมาชิกของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free Youth) และจุดยืนที่ปรากฏในเพจเยาวชนปลดแอกนั้น เป็นแนวทางของกลุ่มเยาวชนปลดแอกเอง ไม่ใช่แนวทางของผม ไม่ใช่ของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ และที่สำคัญ ไม่ใช่มติของราษฎร ผมยังคงยึดมั่นในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ไม่มีเผด็จการหรือศักดินาแทรกแซงครอบงำ เพื่อประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียม และเพื่อประชาธิปไตยที่มีรัฐสวัสดิการโอบอุ้มชีวิตของทุกคน

การเสนออุดมการณ์ไม่ว่าจะแนวคิดใดมิใช่เรื่องผิดบาป ถือเป็นเสรีภาพของผู้เสนอ แต่ในเชิงการเคลื่อนไหวต่อสู้นั้น จะต้องประเมินให้ดีว่าแนวคิดที่จะเสนอนั้นสอดคล้องกับเจตจำนงของมวลชนหรือไม่ ในขณะที่เราตัดสินใจจะพังเพดานในเวทีธรรมศาสตร์ในวันที่ 10 สิงหาคมนั้น เราได้วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนแล้วว่าปัญหาของสถาบันกษัตริย์คือสิ่งที่อยู่ในใจของพี่น้องที่ร่วมต่อสู้

ดังจะเห็นว่านับแต่การชุมนุมครั้งแรก เราเห็นป้ายกล่าวถึงปัญหาของสถาบันกษัตริย์ปรากฎอยู่ทุกแห่งหนในการชุมนุม เราจึงลุกขึ้นพูดเพื่อประกาศเจตจำนงของมวลชน เพราะถึงที่สุด การต่อสู้จะสำเร็จได้มิใช่ด้วยเจตจำนงของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะสำเร็จด้วยเจตจำนงร่วมของพี่น้องทุกท่าน

ในประเด็นเรื่องสามข้อหรือข้อเดียวนั้น เรายังยึดมั่นในข้อเสนอสามข้อซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูป แต่ตามธรรมชาติแล้ว การปฏิรูปจะเกิดขึ้นก็เมื่อชนชั้นนำยอมปรับเปลี่ยนตัวเองให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน หากชนชั้นนำไม่ยอมปรับตัวก็จะไม่เกิดการปฏิรูป และเมื่อไม่เกิดการปฏิรูปก็จะเกิดการปฏิวัติ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ทั่วโลก ดังนั้น ขณะนี้ ถ้าเปรียบประเทศไทยเป็นรถยนต์ก็เหมือนอยู่ที่สามแยก ทางหนึ่งเลี้ยวไปหาการปฏิรูป

ทางหนึ่งเลี้ยวไปหาการปฏิวัติ ประชาราษฎรได้ขับรถมาถึงหน้าสามแยกแล้ว แต่จะเลี้ยวไปทางไหนนั้น สถาบันกษัตริย์และองคาพยพศักดินาจะเป็นผู้ตัดสินใจ ถ้าเลือกปรับปรุงตัวรถก็เลี้ยวเข้าถนนปฏิรูปสามข้อ แต่ถ้ายังดื้อด้าน รถก็เลี้ยวเข้าทางปฏิวัติข้อเดียวก็เท่านั้น จึงเรียนมาเพื่อแถลงไข

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ ยังได้แจ้งช่องทางในการติดตามข่าวสารของกลุ่มของตนด้วย “ทุกท่านสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration”

ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ อาจพูดได้ว่าแกนนำคณะราษฎรที่เปิดหน้ามาตลอดได้ประกาศแยกทางกับแกนนำปลดแอกที่เอาแต่ขับเคลื่อนผ่านเฟซบุ๊ก อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่แนวร่วมหลายคนได้วิพากษ์วิจารณ์แนวทางคอมมิวนิสต์ของปลดแอกมาสักระยะหนึ่งตั้งแต่เปิดตัว

ต่อมารุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ก็ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าวด้วย โดยระบุถึงจุดยืนว่า เรียนราษฎรผู้รักในประชาธิปไตยทุกคน เนื่องจากตอนนี้เกิดความสับสนขึ้นต่อจุดยืนของแกนนำแต่ละคน และกลุ่มต่าง ๆ รุ้งจึงขอชี้แจงกับทุกคนเพื่อยุติความสับสนดังนี้

รุ้งเป็นสมาชิกของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จุดยืนของเราในการเคลื่อนไหวมีดังต่อไปนี้คือ  1. ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป  2. การแก้รัฐธรรมนูญให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน  3. การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

เรายึดมั่นในหลักสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค เราสนับสนุนการมีรัฐสวัสดิการเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และหากข้อเสนอ 3 ข้อนี้ไม่ได้รับการตอบรับ ข้อเรียกร้องเพียงข้อเดียวคงเป็นทางเลือกสุดท้ายในที่สุด ที่ต้องออกมาชี้แจงเพียงเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนขึ้นว่าจุดยืนของแต่ละคนเป็นยังไงเพียงเท่านั้น เราสนับสนุนให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีค่ะ

ขณะที่เฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration

แถลงการณ์แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

เรื่อง จุดยืนต่อแนวทางการเคลื่อนไหวของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

ที่มา : เฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul