จตุพรใส่ยับ! เจ๊คุมพรบ.สุดซอยตอนสี่ เย้ยพท.อยากรู้ให้ถามบุญทรง

2066

จากที่จตุพรออกมาแฉถึงเจ๊คนหนึ่งในพรรคเพื่อไทย ที่ทำให้รัฐบาลก่อนนี้พัง ต่อมาน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาตอบโต้ พร้อมขอให้ระบุชื่อออกมาว่าเป็นใครนั่น รวมทั้งที่มีการสนับสนุนบุญเลิศชิงนายกอบจ.3 เชียงใหม่ด้วย

ทั้งนี้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ออกมากล่าวว่า  น.ส.อรุณี เพิ่งเข้าสู่ทางการเมืองอย่างจริง เริ่มต้นด้วยพรรคไทยรักษาชาติ แล้วมาอยู่พรรคเพื่อไทย ดังนั้นคงยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของพรรค และชื่อเจ๊ ที่พรรคในพรรครับรู้ ก็ไม่ใช่คนไร้ตัวตน แต่มีอยู่จริง

“คุณอรุณี เพิ่งเข้ามาอยู่ในพรรคเพื่อไทยไม่นานจึงไม่รู้ชื่อเจ๊ และผมไม่ได้พูดขึ้นลอยๆ คนในพรรคก็รู้ คนทั้งประเทศก็รับทราบ หากไม่รู้กันจริงๆ ว่า เจ๊ชื่ออะไร ก็ควรไปถามนายบุญทรง (เตริยาภิรมย์) เอาเถิด”

นอกจากนี้ นายจตุพร กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมา ระบอบติ่ง ซึ่งเป็นระบอบที่ปล่อยให้เชื่อในสิ่งที่ไม่ควรจะเชื่อหรือสิ่งที่ไม่เห็นด้วยให้ผ่านพ้นไปโดยไม่กล้าวิจารณ์เห็นต่างเพื่อหาประโยชน์แล้ว ซึ่งไม่ใช่จุดยืนการเมืองของตน เพราะตนมีความชัดเจนต่อการกล้าวิจารณ์ในสิ่งที่คิดว่าผิด

“การเห็นด้วยในสิ่งที่ตัวเองเห็นว่าผิดแล้ว ผมเชื่อว่าวันนั้น ผมจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ผมกล้าจะเห็นต่าง ซึ่งเป็นความยากลำบาก แต่ผมยืนยันไม่เป็นอื่นแม้ผมเห็นต่าง อีกทั้งการเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้เช่นกัน ถ้าผมต้องการคิดในเชิงประโยชน์ ใครเขาจะไปเลือกนายก อบจ. ส่วนท้องถิ่นคนหนึ่งแล้วมีปัญหากับพรรคเพื่อไทย มีการถามตนว่า คิดจะย้ายขั้วเปลี่ยนข้างหรือไม่ ตนจึงยืนยันว่า ถ้าคิดหาประโยชน์แล้วโดยในช่วงที่ผ่านมาหลายปีนั้น แค่ทำเนียนอยู่ในพรรคแล้วคอยแสดงความเห็นไม่ขัดแย้งใดๆก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว

ตนรู้ว่า เมื่อมีปัญหาความแตกต่างนี้ จะนำพาสู่ความยากลำบาก การย้ายขั้วสลับข้างทำแนบเนียนอยู่ในพรรคนั้นจะดีที่สุด ดังนั้น การพยายามอธิบายว่า เผาพรรคนั้น เป็นเพราะที่ผ่านมามีเส้นทางเดินที่แตกต่างกันอยู่คือ สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่เห็นแตกต่างแต่ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนตนไม่อาจเห็นด้วยในสิ่งที่ไม่เห็นด้วยได้ จึงต้องพูดแตกต่าง โดยเฉพาะกรณี พรบ.นิรโทษกรรมสุดซอย ซึ่งเคยตกลงกันว่า จะนิรโทษกรรมให้เฉพาะประชาชนเท่านั้น เว้นแกนนำที่ต้องต่อสู้คดีก่อการร้ายมีโทษขั้นประหารชีวิต

เราเห็นแล้วว่า การปลดปล่อยประชาชนจะเป็นอานิสงส์ยิ่งใหญ่ ยกเว้นแกนนำ เมื่อไม่ปฏิบัติตามที่ให้สัจวาจากันไว้ แต่ขยายเลยเถิดไปสู่แกนนำ แล้วนำไปสู่เรื่องราวต่างๆนั้น ตนจึงต้องออกมาคัดค้าน เพราะรู้ว่า เป็นหายนะของขบวนการประชาชนและรัฐบาล จนทำให้ประชาชนเข้าร่วมชุมนุมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาไล่รัฐบาลมากขึ้น

พรบ.สุดซอยที่มีการลักหลั่น เจ๊ไปคุมทำเอาตอนตีสี่ตีห้า ที่กล่าวหากันว่า เป็นการลักหลับนั้น แม้ใช้เสียงข้างมากลากไป แต่ท้ายสุดไปเพาะเชื้อให้การชุมนุมลุกลามเกิดการซัตดาวน์กรุงเทพ รัฐบาลก็พังพาบนำพาไปสู่การยึดอำนาจ

ในช่วงการคัดค้าน มีความเห็นแตกต่างกัน พรรคส่วนหนึ่งงดออกเสียง แต่อีกส่วนทำตามใจเจ๊ คือยกมือเห็นด้วย ตนไม่ว่าอะไร แต่ที่สุดนำไปสู่การพัง เกิดการยึดอำนาจ แล้วคนไทยต้องเดือดร้อนกันถึงทุกวันนี้”  นายจตุพร กล่าว

นอกจากนี้ประธานนปช. ยังกล่าวอีกว่า หลายคนอธิบายในวงประชุมยุทธศาสตร์ของพรรค ให้ปลดปล่อยประชาชนไปก่อน คนอื่นค่อยว่ากันใหม่ เนื่องจากเราต้องการให้ความรับผิดชอบในการต่อสู้อยู่กับแกนนำ บางคนซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน บอกไม่ให้ทะเลาะกับเจ๊ แต่วันนั้นคุณไปสนับสนุนแนวทางเจ๊ไม่ใช่หรือ ที่ลงมติผ่าน พรบ.สุดซอย จนท้ายสุดพังพาบทั้งรัฐบาล

“ก่อนตนไปเชียงใหม่ มีการวางแผนจัดตั้งล่วงหน้า โดยนายแก้ว เสื้อแดงเมืองฝาง ระบุในคลิปปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่กล่าวหาสกปรกว่า นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ กำลังจ้างจตุพรมาแก้เกม แล้วยังมาแถลงให้ตนลาออกประธานนปช.

พฤติกรรมแบบติ่งๆเช่นนี้ จึงนำพากันพัง และพรบ.สุดซอยก็ทำกันพังจนมาถึงวันนี้ ดังนั้น คนที่เกี่ยวข้องกับคดีบอส กระทิงแดง ไม่ควรให้มาเหยียบบันได อบจ.เชียงใหม่ด้วย หรืออย่าให้คนชั่วแบบนี้มีที่ยืนด้วยซ้ำไป

หลายคนบอกว่าทะเลาะกับเจ๊ จะไม่เป็นปัญหา ผมบอกว่า ไม่เป็นปัญหา เพราะถ้าไม่ทะเลาะเจ๊ ก็ไม่หยุดเจ๊ได้ ซึ่งเจ๊จะเป็นปัญหากับประเทศที่ผ่านมา และกำลังจะเป็นปัญหากับเชียงใหม่อีกด้วย” ประธานนปช. กล่าว