สหรัฐวุ่น?!!? ทรัมป์กร้าวบีบเอฟดีเอให้ดันวัคซีนต้านโควิด-19 ออกมาเร็วที่สุด อ้างห่วงขีวิตปชช. นักวิทย์ต้านบังคับจะลาออก ไม่ยอมเป็นตัวประกันทางการเมือง

1361

ทรัมป์ กล่าวหา “รัฐลึก”- ผุ้มีอิทธิพลในเอฟดีเอถ่วงเวลาการผลิตวัคซีนให้ช้ากว่าที่ควร ห้ามเสร็จก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยไม่คำนึงถึงขีวิตของประชาชนอเมริกันตกอยู่ในอันตราย ขณะที่ผุ้อำนวยการเอฟดีเอคนปัจจุบันประกาศถ้าถูกบังคับให้นำมาใช้ก่อนทำสอบให้มั่นใจ จะลาออกทันที

การแถลงข่าวประจำวันที่ผ่านมา (23 ส.ค.2563) ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์กล่าวหาอย่างลอยๆว่า มีผู้มีอิทธิพบบางคน เขาใช้คำว่า “Deep State” สั่งการให้องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (FDA: Food and Drug Administration) ถ่วงเวลาการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ให้ทำไม่สำเร็จจนกว่าจะเลือกตั้งประธานาธิบดี เดือนพฤศจิกายนปลายปีนี้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน

ทรัมป์ทวีตว่า “รัฐลึก หรือใครก็ตาม”ที่อยู่เบื้องหลัง FDA ทำให้มันยากเกินจำเป็นที่จะให้บริษัทยาเดินหน้าทดสอบในหมู่คน ซึ่งสหรัฐมีคนป่วยจำนวนมากรอคอยด้วยความหวังอยู่ ไม่มีหลักฐานหรือพฤติกรรมใดๆที่แน่ชัดตามคำกล่าวหาของปธน.ทรัมปฺ และเขาไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆทั้งสิ้น

ปธน.ทรัมป์เคยเอ่ยคำว่า “Deep State” ครั้งหนึ่งต่อเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ทำงานในทำเนียบขาวยาวนานหลายสมัย แม้ทำเนียบขาวจะเปลี่ยนประธานาธิบดีหลายคนแล้วก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าคอยจับตาดูประธานาธิบดีอย่างจริงจังเพื่อตรวจสอบเป็นไปตามวาระที่กลุ่มเบื้องหลังต้องการ

การโต้กลับครั้งนี้ของปธน.ทรัมป์ฯ เกิดขึ้นภายหลัง กรรมการเอฟดีเอนายสตีเฟน ฮาน (Stephen Hahn) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เขาจะลาออกทันทีถ้ารัฐบาลอนุมัติใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ก่อนที่มันจะได้ผ่านการทดสอบในคนอย่างมั่นใจ ว่าปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง ปธน.ทรัมป์ทวีตว่า “แน่นอน พวกเขาหวังให้ผลสำเร็จล่าช้าออกไปจนกว่าจะหลังวันที่ 3 พฤศจิกายน ให้เน้นที่ความเร็ว กับการปกป้องชีวิตผุ้คนซิ!” 

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

และก็แน่นอน แนนซี เปโลซี แห่งพรรคเดโมแครต,ประธานสภาคองเกรส ออกมาโต้ปธน.ทรัมป์ ทันทีว่า “เป็นคำพูดที่อันตราย” และ “นี่มันมากเกินไปแล้ว”

ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 นักวิทยาศาสตร์, องค์กรสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ต่างกังวลว่า ปธน.ทรัมป์จะกดดันให้ เอฟดีเออนุมัติใช้วัคซีนต้างโควิด-19 ก่อนช่วงเวลาลงมติเลือกตั้งประธานาธิบดี ทั้งๆที่การระบาดยังต่อเนื่องอยู่

ล่าสุดปีเตอร์ มาร์กซ์ ผู้อำนวยการขององค์กรศูนย์วิเคราะห์วิจัยทางชีวภาพของเอฟดีเอ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมกับคณะบริหารของปธน.ทรัมป์ คณะแพทย์เภสัชกรและผู้บริหารองค์กรทั้งหลาย ตอกย้ำอีกว่าถ้าหน่วยงานทั้งหลายเป็นตรายางประทับตราอนุมัติใช้วัคซีนต้านโควิด-19 โดยที่ยังไม่ผ่านการทดสอบอย่างมั่นใจแล้ว  เขาจะลาออกเช่นกัน

เขาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า องค์การเอฟดีเอไม่ควรได้รับการกดดันจากนักการเมือง ควรดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น และเขาต้องการบอกให้สาธารณชนคนอเมริกันรับรู้ว่ามันมีความผิดปกติ

สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยสะสมกว่า 5.6 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 176,000 คน และนับเป็นอันดับหนึ่งของโลก และทั่วโลกในหลายภุมิภาคมีความพยายามผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เหมือนที่สหรัฐเช่นกัน และในความต้องการของรัฐบาลที่ต้องการ “เร่งความเร็วระดับวาร์พ” ต้องการให้ผลิตวัคซีน 300 ล้านโดส ในไตรมาสแรกของปี 2021

รัฐบาลสหรัฐทุ่มเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สนับสนุนบริษัทธุรกิจ หวังว่าจะดำเนินการประสบผลสำเร็จได้โดยเร็ว และคาดหวังมากว่าจะดำเนินการผลิตให้ทันปัญหาที่ถาโถมอยู่ทุกวัน โดยยังไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากรักษาตามความเป็นไปได้เท่าที่มี  การมีวัคซีนจึงเป็นความหวังไม่ใช่เพียงแค่ปธน.ทรัมป์ และคณะรัฐบาลชุดนี้ แต่เป็นความหวังของประชาชนอเมริกันทุกคน ที่จะกลับมามั่นใจในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุขต่อไป

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของสหรัฐ ได้ถูกยกเป็นประเด็นการเมืองในสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางการแข่งขันชิงอำนาจระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ เดโมแครต-รีพับลิกัน ชะตากรรมของคนอเมริกันอยู่ภายในแรงกดดันนี้ และไม่สามารถแสวงหาทางเลือกอื่นใดได้ เพราะผู้นำก่อศัตรูทั่วทิศ และไม่อาจคิดขอความช่วยเหลือจากประเทศอื่นเพราะระแวงเขาไปทั่ว