สว.สมชายเผยเช็คน้องธนาธรสั่งจ่ายสินบน มีต้นฉบับอยู่ที่ธนาคาร พบจำเลยที่2 ให้การมัด

1932

จากที่อิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงกรณีที่เป็นข่าวว่าสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ฟ้องสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ฐานให้สินบนเพื่อแลกกับสิทธิในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ย่านชิดลมนั้น

ทั้งนี้โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าต้นปี 2560 มีนายหน้าไปพบนายสกุลธรเพื่อเสนอที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไปให้เช่า ซึ่งนายสกุลธร ให้ความสนใจและติดต่อประสานงานและทำสัญญาว่าจ้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงาน จากนั้นปรากฎว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เสนอให้นายสกุลธรไปยื่นขอเช่าตามปกติและมีการจ่ายเงินงวดแรก 5 ล้านบาทเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า เมื่อในคำพิพากษาระบุถึงการให้สินบนนั้นจะถือเป็นพยานหลักฐานที่อัยการจะนำมาพิจารณาได้หรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า โดยในคำพิพากษาของศาลในคดีก่อนหน้านี้ก็พิพากษาได้เท่าที่มีการกล่าวหาฟ้องร้องกัน เมื่อมีการกล่าวหาแค่เรื่องเรียกสินบนศาลก็พิพากษาได้เท่านั้น ส่วนข้อเท็จจจริงที่ปรากฎในคำพิพากษาเป็นสิ่งที่พนักงานสอบสวนเห็นอยู่แล้ว ดังนั้น เราจะไม่มาเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐาน เพราะพนักงานสอบสวนไปตรวจได้อยู่แล้ว

ล่าสุดวันนี้(10 ธ.ค.63) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุถึงคดีดังกล่าวด้วยว่า ความเห็นของนักกฎหมายผู้ใหญ่อีกท่านต่อกรณีน้องทอนจ่ายสินบนที่ดินทรัพย์สิน12ไร่กลางกรุงย่านชิดลม เพื่อสนับสนุนให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดการรื้อคดีสินบนที่ค้างคาใจครับ

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

“เช็คส่งไปเคลียร์ผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารผู้รับ พนักงานสอบสวนขอความร่วมมือได้ครับ เพราะต้องมีอยู่ในฐานข้อมูล และธนาคารผู้จ่ายก็ยังต้องเก็บต้นฉบับไว้

เป็นเช็คส่วนตัว เช็คบริษัท และใครเป็นคนเซ็น หรือเป็นเช็คธนาคาร ข้อเท็จจริงตรงนี้จะช่วยกระชับเรื่องเจตนาได้ดี ถ้าเช็คสั่งจ่าย เจ้าหน้าที่ของรัฐ แม้ จนท. รัฐ จะหลอก แต่ความผิดให้สินบนก็ถือได้ว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้วตามเจตนาของผู้จ่าย

สัญญาก็เป็นหลักฐานสำคัญ ความผิดสำเร็จกรณีที่ชัดเจนอยู่ที่มีการจ่ายเงิน ตรวจดูการสอบนายหน้าวิ่งเต้นที่เป็นจำเลยที่2 ให้การไว้อย่างไรก็จะชัดเจนขึ้น กรณีที่ถูกหลอก หรือสำคัญผิดในเอกสาร(ปลอม) นั้น เป็นข้อต่อสู้ของผู้ต้องหา/จำเลย

แต่ไม่เป็นกรณีที่จะถือว่าการกระทำดังกล่าวสัญญาก็เป็นหลักฐานสำคัญ ความผิดสำเร็จกรณีที่ชัดเจนอยู่ที่จ่ายเงิน ถ้าสอบจำเลยที่สองไว้ให้ชัดเจนด้วยได้ยิ่งดีครับความผิด  พนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้เลยครับ

ที่มา : เฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการ