ครม.เคาะ“คนละครึ่ง”เฟสสองมาแล้ว!?! เริ่มใช้สิทธิ์ 1ม.ค.64 รัฐหนุนคนละ 3,500 คาดทำเงินหมุนในระบบแสนล้านบาท

510

ด้วยความยอดนิยมของโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลประกาศแน่นอนเฟส 2 ลงทะเบียนวันที่ 16 ธ.ค.2563 แต่ใช้สิทธิ์เริ่ม 1 ม.ค.-31 มี.ค.2564 เพิ่มจำนวนเข้าร่วมอีก 5 ล้านคนโดยรัฐอุดหนุนคนละ 3,500 บาท สำหรับ 10 ล้านคนแรกแค่ยืนยันสิทธิ์ได้ยอดใช้จ่ายเท่ากัน คาดทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบทั้งสิ้น 105,000 ล้านบาท ทำจีดีพีเพิ่ม 0.32%

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีฯ เปิดเผยว่ารัฐบาลเตรียมของขวัญปีใหม่ให้ปชช.หวังฟื้นฟูการท่องเที่ยว และระบุคนละครึ่งเฟส 2 ชัดเจนว่าต้องมีอยู่แล้ว ชี้ทำงานทุกอย่างต้องใช้เวลา ต้องรัดกุม รอบคอบ ถูกต้องตามกฎหมาย ยันมีเจตนาบริสุทธิ์ ในการดูแลประชาชน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ“คนละครึ่ง” เฟส 2 เริ่ม 1 มกราคม-31 มีนาคม  2564  กลุ่มเป้าหมาย ยังคงเป็นประชาชนสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ในวันลงทะเบียนมีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนไม่เกิน 15 ล้านคน 

ประกอบด้วยผู้ได้รับสิทธิ์เดิมตามโครงการคนละครึ่งจำนวนไม่เกิน 10 ล้านคน และผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จำนวนไม่เกิน 5 ล้านคน  รวมถึงผู้ถูกตัดสิทธิจากการไม่ใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่ง ร้านค้าที่ร่วมโครงการฯ จำหน่ายสินค้าประเภท อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และบริการต่าง ๆ  ระยะเวลาดำเนินงาน 3 เดือน ( 1 มกราคม 2564 – 31  มีนาคม 2564)  วงเงินรวม 22,500  ล้านบาท

 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ  ดังนี้ 

1) ผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จำนวน 15 ล้านคน ประกอบด้วย 

(1) ผลทะเบียนเดิมจะได้สิทธิ์สนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป จากภาครัฐเพิ่มเติม 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 หรือไม่เกิน 3,500 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ  

2) ผู้ลงทะเบียนใหม่ เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ในระหว่างเวลา 06.00 น. – 23.00 น ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com และยืนยันตัวตนผ่านระบบ g-Wallet แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อรับสิทธิ์ตามโครงการ โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 และจะได้สิทธิ์ไม่เกิน 3,500 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

เงื่อนไขของโครงการฯ 

(1) ประชาชน ที่ได้รับสิทธิและไม่เริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับSMS จะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก โดยสิทธิที่ถูกตัดอาจนำไปเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ และประชาชนที่ได้ใช้สิทธิตามโครงการคนละครึ่ง หรือโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จะไม่สามารถใช้สิทธิ์สิทธิ์ ตามมาตรการช้อปดีมีคืนได้ และ 

(2) ผู้ประกอบการร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป ต้องเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือเป็นร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 หรือวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต้องไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งนี้ ร้านค้าสามารถลงทะเบียนได้ตลอดระยะเวลาโครงการ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือลงทะเบียนผ่านทางสาขาของธนาคารกรุงไทยฯ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยประมาณการณ์ “โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2” คาดว่า จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 45,000 ล้านบาท  GDP ขยายตัวร้อยละ 0.14  แต่เมื่อรวมทั้งสองระยะเงินหมุนเวียนในระบบจะสูงถึง 105,000 ล้านบาท GDP ขยายตัวร้อยละ 0.32 “เป็นโครงการของรัฐบาล ที่ตั้งใจจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนทั้งในส่วนของค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป กระตุ้นการบริโภคและจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย ให้มีรายได้จากการขายสินค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจถึงระดับฐานรากอย่างต่อเนื่อง” โฆษกกล่าวย้ำ