ม็อบสามนิ้ว หน้าหงาย สภากรรมกรแห่งชาติ แสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างสถาบันพระมหากษัตริย์

2791

ม็อบสามนิ้ว ปลุกชนชั้นแรงงาน ร่วมต่อสู้  ด้านสภากรรมกรแห่งชาติ แถลงการณ์ชัดเจน แสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างสถาบันพระมหากษัตริย์

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก โพสต์ภาพโลโก้ พร้อมข้อความประกาศเปิดตัว RT MOVEMENT “ทีมข้อเดียวมูฟเมนท์” โดยระบุว่า นี่คือ MOVEMENT ครั้งใหม่ที่จะไม่มีอะไรเหมือนเดิม ปลุกสำนึกทางชนชั้นของเหล่าแรงงานผู้ถูกกดขี่ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน พนักงานออฟฟิศ นอกเครื่องแบบ ชาวนา ข้าราชการ “เราทุกคนล้วนเป็นแรงงานผู้ถูกกดขี่”

ล่าสุดทางด้าน ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พูดถึงกรณีที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก ได้มีการเปิดตัวโลโก้ใหม่ และปลุกชนชั้นแรงงานให้ออกมาต่อสู้ โดยระบุข้อความว่า

#สภากรรมกรแห่งชาติอยู่เคียงข้างสถาบันพระมหากษัตริย์
เห็นม็อบลวงโลกพยายามปั่นกระแสโซเชียล เพื่อเหมารวมกรรมกรเป็นแนวร่วมผ่านทางเพจเยาวชนปลดแอก
ผมรู้สึกรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว และขอทำความจริงให้ปรากฏสู่สังคมเพื่อทราบโดยทั่วกันว่า สภากรรมกรแห่งชาติได้ประกาศจุดยืนเคียงข้างกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย เลขาธิการ สภากรรมกรแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
วันที่ 26 กันยายน 2563 ได้มีแถลงการณ์ของสภากรรมกรแห่งชาติ เรื่อง กรรมกรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แสดงจุดยืนของกรรมกรเคียงข้างสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้อย่างชัดเจน
ใจความสำคัญบางช่วงบางตอนของแถลงการณ์…
“…สภากรรมกรแห่งชาติ มีภารกิจประวัติศาสตร์คือ การสร้างประชาธิปไตยตามพระบรมราโชบายสถาปนาการปกครองแบบประชาธิปไตยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มีคำขวัญในการสร้างประชาธิปไตย คือ กรรมกร-นายทุน สามัคคีกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตย สภากรรมกรแห่งชาติ มีการเคลื่อนไหวในแนวทางแห่งชาติฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ใช่แนวทางแห่งฝ่ายเผด็จการ และไม่ใช่แนวทางสากลทั้งฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายคอมมิวนิสต์ หรือที่เรียกกันว่า ลัทธิชาตินิยม (NATONALISM) นั่นเอง สภากรรมกรแห่งชาติ ดำเนินการนำทางการเมืองด้วยมาตรการรวมหมู่ (COLLECTIVE MEASURE) ตามวิถีทางประชาธิปไตย (DEMOCRATIC WAY) และสันติวิธี (PEACEFUL LINE)…”
“…พระมหากษัตริย์เป็นองค์คุณของชาติ เป็นศูนย์รวมจิตใจและมีแนวทางสร้างประชาธิปไตย สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นความจริงแท้ จึงไม่ต้องมีการปฏิรูปแต่อย่างใด สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นของประชาชนแต่ระบอบเผด็จการได้มาบั่นทอนพระราชอำนาจดูเหมือนทำให้ห่างเหินจากประชาชน ถ้าเป็นประชาธิปไตยจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประชาชนจึงเป็นปัญหาระบอบไม่ใช่ปัญหาบุคคล สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลัก เป็นความมั่นคงแห่งชาติจึงไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลักหรือกฎหมายแม่บทเท่านั้น…”
และข้อความสำคัญในช่วงท้ายสุดของแถลงการณ์…
“…เพื่อนกรรมกรที่รัก การสถาปนาการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นพระราชกรณียกิจอันมีคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ขบวนการกรรมกรไทย ขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม จนกว่าชีวิตจะหาไม่”
ผมและมวลชนที่เห็นด้วยกับผมทั้งหมดในนามคณะปฏิวัติชาติ ถือแนวทางราชประชาสมาสัย มีเจตจำนงในการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงขอประกาศเป็นพันธมิตรกับสภากรรมกรแห่งชาติ มีจุดยืนเดียวกันในการสร้างประชาธิปไตย ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนโดยสันติวิธี และอยู่เคียงข้างกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไป
สุดท้ายนี้ ผมขอประกาศไปถึงนายทุนทั่วประเทศที่มีความรักในระบอบประชาธิปไตย และสถาบันพระมหากษัตริย์ หากได้ยินเสียงนี้ ขอจงเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อช่วยกันปกป้องและนำพาประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤตความแตกแยกในครั้งนี้โดยสันติวิธี
วงจรอุบาทว์แห่งความแตกแยกและประชาธิปไตยจอมปลอมของคณะราษฎรกว่า 88 ปี ได้ถ่วงความเจริญของพวกเรามานานเกินพอแล้ว เราจะไม่ยอมให้คณะราษฎรและทายาทสร้างความขัดแย้งและความแตกแยกใดๆ อันจะนำมาซึ่งความพินาศฉิบหายของประเทศชาติและประชาชนอีกต่อไป
ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันสร้างอนาคตที่ดีของประเทศชาติร่วมกันโดยสันติวิธี สร้างระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ถือประโยชน์ของประชาชนทุกคนเป็นที่ตั้งด้วยราชประชาสมาสัย อันจะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าและความผาสุขของประชาชนทั้งประเทศโดยทั่วกันอย่างแท้จริง
ดร.ศุภณัฐ
8 ธันวาคม พ.ศ. 2563
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ