ช้อปช่วยชาติมาแน่!! ซื้อของผ่านแอพฯนำลดหย่อนภาษี ดันปลุกกำลังซื้อ กระจายเงินหมุนเวียนหนุนอุตฯและสร้างงานถึงฐานราก

1879

สมาคมค้าปลีกฯ  หนุนมาตรการช้อปช่วยชาติ มั่นใจปลุกกำลังซื้อได้ ทำให้เกิดการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทั้งด้านอุตสาหกรรม ช่วยสร้างงานอาชีพ ครม.ส่งสัญญาณใช้เป็นกลยุทธ์หนึ่ง ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ใช้วงเงินงบประมาณเบื้องต้น 8.8 หมื่นล้านบาท

ความสำเร็จจากการจัดโครงการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศผ่าน “ช้อปช่วยชาติ” ที่ต่อเนื่องมา 4 ปี ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น “ชิม ช้อป ใช้” ในปีที่ผ่านมาที่มีเงินหมุนเวียนเกือบ 1 แสนล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกคาดหวัง ที่จะให้รัฐบาลไฟเขียวให้จัดโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” อีกครั้งหลังพิษโควิด-19 ทำให้ทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรมหยุดชะงัก  ส่งผลกระทบหนักต่อผู้ประกอบการ รวมถึงผู้บริโภคที่ขาดความมั่นใจและเลือกที่จะกำเงินสดไว้ในมือ 

วันนี้ (19 ส.ค.) นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันโอชา เป็นประธานการประชุม “ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบโควิด-19 (ศ.บ.ศ.)” จะมีการพิจารณา คาดผ่านการอนุมัติในหลักการแน่นอน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายด้าน

“ช้อปช่วยชาติ” มาแน่

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.กระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า มาตรการ ช้อปช่วยชาติ ช่วยทั้งธุรกิจค้าปลีก และกระตุ้นกำลังซื้อซึ่งที่ผ่านมาตลอด 4 ปีได้ผล นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้เงินหมุนเวียนในระบบจำนวนมาก เกิดการจ้างงาน ลดปัญญาคนตกงานได้

สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้ จะนำมาโดย พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2563 ซึ่งปกติตั้งไว้สำหรับงบฯกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน วงเงิน 88,452.59 ล้านบาทมาใช้

หากวงเงินไม่พอ ก็สามารถใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะเงินกู้ตามแผนงาน ซึ่งวงเงินที่อนุมัติแล้วเพื่อช่วยเหลือเยียวยาภาคประชาชน เกษตรกรจำนวน 344,735 ล้านบาท ทำให้ยังมีวงเงินเหลือ 2.1 แสนล้านบาท

ช้อปวิถีใหม่-ผ่านแพล็ตฟอร์ม-ลดหย่อนภาษี

นายพัฒนา สุธีระกุลชัย ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ทางสมาคมผลักดันโครงการช้อปช่วยชาติมาอย่างต่อเนื่อง ซึงได้เสนอรายละเอียดต่อสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปแล้ว ทางสมาคมเห็นว่า ควรเอื้อกลุมสินค้า non-food เพราะกลุ่มธุรกิจอาหารยังมีการเติบโต

“อยากให้มีโครงการช้อปช่วยชาติทุกเดือน โดยกำหนดวงเงินให้และนำไปลดหย่อนภาษีได้ ก็จะสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคกล้าใช้จ่าย เป็นการช่วยผู้ผลิตและผู้ซื้อโดยตรง ไม่ใช่เอื้อเจ้าของห้าง เพราะห้างเป็นเพียงตัวกลาง”

แนวโน้มคนตกงานยังน่าวิตก-นายจ้างรายได้หด

สมาคมค้าปลีกและธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ทำการสำรวจ ได้ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก (Retailer Sentiment Index:RSI) เดือนกรกฎาคม 2563 ปรับลดลงกว่าเดือนมิถุนายน 2563 และแนวโน้ม 3 เดือนข้างหน้ายังมีแนวโน้มต่ำกว่าเดือนมิถุนายนอยู่ เพราะความกังวลในสถานการณ์การระบาดโควิด-19 และกำลังซื้อหดตัว ทำให้รายได้หดหาย