เมียนมา สาหัส สังเวยโควิดทะลุ 2,000 ราย ยอดติดเชื้อใกล้แตะ 1 แสนรายแล้ว

1818

หลังจากจังหวัดเชียงรายเจอแจ็กพอตอีก พบผู้ป่วยโควิดฯ ทีเดียว 4 คน เป็นผู้ที่ติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่ข้ามแดนโดยถูกต้อง 3 คน ส่วนอีก 1 เป็นสาวประเภทสอง เพื่อนสาวพะเยาวัย 25 ปี ตระเวนเที่ยว พักด้วยกัน ทั้งงานที่สิงห์ปาร์ค ก่อนไปเชียงใหม่ ถือเป็นผู้รับเชื้อ ติดเชื้อในประเทศรายแรกของเคสนี้

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2563 ทางด้านนายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผวจ.เชียงราย นพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และ นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมเปิดแถลงข่าว รายงานสถานะการผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 4 คน

โดย 3 รายแรก เป็นผู้แจ้งเจ้าหน้าที่ประสานงานชายแดน หรือ ทีบีซี ขอเดินทางข้ามจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. จำนวน 6 คน ผลตรวจพบเป็นบวก ติดเชื้อโควิดฯ 3 คน ผลเป็นลบ 3 คน

ส่วนรายที่ 4 เป็นผู้ชาย (สาวประเภทสอง) ใกล้ชิดกับหญิงสาวชาว จ.พะเยา อายุ 25 ปี ที่ลักลอบข้ามแดนทางทาง อ.แม่สาย เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ไปเที่ยวงานดนตรี ที่สิงห์ปาร์คด้วยกัน นอนห้องเดียวกัน จากนั้นวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค. ข้ามไปเที่ยวเชียงใหม่ แล้วกลับมาเชียงรายอีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อชายรายล่าสุดนี้ ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ ถือเป็นผู้รับเชื้อ ติดเชื้อในประเทศรายแรกของกรณีนี้

ล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเมียนมาร์ขยับเข้าใกล้หลักแสนรายเข้าไปทุกที ขณะยอดสังเวยชีวิต เมื่อนับจากวันพฤหัสบดี (3ธ.ค.) ทะลุ 2,000 คนแล้ว

โดยคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขและการกีฬาของเมียนมาร์ ระบุว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 ในเมียนมาร์เสียชีวิตเพิ่มอีก 30 คนเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 2,028 คน

พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม จำนวน 2 ราย แต่ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วของเมียนมาร์เพิ่มเป็น 95,018 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1,418 รายเมื่อวันพฤหัสบดี และมีผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว 73,748 ราย ถึงขณะนี้เมียนมาร์ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว 1,225,134 ราย


อย่างไรก็ตามจากตัวเลขดังกล่าว ทำให้ไม่แปลกใจว่า ทำไมคนไทยที่เข้าไปทำงานยังจ.ท่าขี้เหล็กของเมียนมาร์ ต้องเร่งเดินทางกลับ ทั้งยื่นขอลงทะเบียนกับด่านคนเข้าเมืองตามขั้นตอน และยังลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ เพราะสถานการณ์ในเมียนมาร์ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต และการรักษา การป้องกันยังไม่ได้มาตรฐาน จึงเป็นสาเหตุให้สาวไทยจำนวนมากที่ทำงานในโรงแรมหรู ต้องยอมทิ้งเงินจำนวนมาก เลือกหนีกลับบ้านเกิดเพื่อรักษาชีวิตไว้ก่อน