อดีตรองอธิการ มธ. จับตาคำวินิจฉัยชี้ขาด พล.อ.ประยุทธ์ จะมีชะตากรรมเหมือน “สมัคร” หรือไม่

1208

อดีตรองอธิการ มธ. ให้จับตาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปมบ้านพักหลวง ลั่น จะมีชะตากรรม เหมือน สมัคร สุนทรเวช หรือไม่

จากกรณีที่วันนี้ 2 ธ.ค. 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่า การที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักรับรองของทหาร จนถึงปัจจุบันเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 หรือไม่ ซึ่งเป็นที่จับตาว่าเหตุนี้จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี หรือเรียกง่ายๆ ว่าจะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่

ล่าสุดทางด้าน รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จะพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ โดยระบุข้อความว่า

บ่ายนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่า การที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักรับรองของทหาร จนถึงปัจจุบันเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 หรือไม่
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าว ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 186 และมาตรา 170

รัฐธรรมนูญมาตรา 184 อยู่ในหมวด 9 เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เป็นมาตราที่ใช้บังคับกับ ส.ส.และ ส.ว. ใน(3)เขียนไว้ว่า

“ (3)ไม่รับเงินหรือประโยชน์ใดๆจากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากที่หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆ ในธุรกิจการงานปกติ”
มาตรา 186 ระบุว่า

“ให้นำความในมาตรา 184 มาใช้บังคับต่อรัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม….”
ส่วนมาตรา 170 ระบุว่า

“ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก

(5) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือ มาตรา 187”
ดังนั้น หากการกระทำของพลเอก ประยุทธ์ ขัดต่อมาตรา 184 ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการเฉพาะตัว

คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า สิ่งที่พลเอก ประยุทธ์กระทำ เป็นสิ่งผิดจริยธรรม ร้ายแรง ตามที่ส.ส.ฝ่ายค้านคนหนึ่งกล่าวหาหรือไม่ เพราะการพักอาศัยอยู่ในบ้านพักของทหารหลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว มีให้เห็นโดยทั่วไป และสำหรับพลเอก ประยุทธ์ แม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังคงทำงานให้ประเทศชาติ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ เหตุผลของพลเอก ประยุทธ์ที่ว่า ทำให้ง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย จึงฟังดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

คำถามที่สำคัญจึงไม่ใช่เรื่องจริยธรรม และไม่ใช่คำถามว่า กองทัพบกอนุญาตตามระเบียบอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่เป็นคำถามว่า การพักอาศัยในบ้านรับรองของทหาร ของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการรับประโยชน์ใดๆจากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากที่ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆในธุรกิจการงานปกติ ซึ่งเป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

หากพลเอก ประยุทธ์เป็นเพียงทหารเกษียณ ที่กองทัพบกอนุญาตให้พักอาศัยอยู่ในบ้านรับรองของทหาร โดยที่กองทัพบก จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟให้ โดยมีระเบียบรองรับ กรณีข้างต้น จะไม่เป็นปัญหาใดๆเลย แต่นี่พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องน่าคิดอย่างยิ่ง

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 184 น่าจะไม่ต้องการให้ ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรี ได้รับประโยชน์จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นพิเศษกว่าคนอื่น เพื่อรักษาความเป็นกลางไว้นั่นเอง
กรณีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นกรณี “ปลาตายน้ำตื้น” เช่นเดียวกับคุณสมัคร สุนทรเวช หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ บ่ายนี้ครับ