อสังหาฯฮึดสู้!?! โควิดทุบรายได้ 6 เดือนแรกลดลง14% ตะลุยลงทุนครึ่งปีหลังหวังลูกค้าจีน,ฮ่องกง, ญี่ปุ่น กลับมา

468

ผลประกอบการอสังหาฯ 10 บริษัทครึ่งปีแรก 2563 มีรายได้รวม 84,387 ล้าน ลดลง -14.3% เทียบกับครึ่งปีแรก 2562 นับว่ารับผลกระทบโควิดน้อยกว่าที่คาด เผยตลาดกทม.-ปริมณฑล หดตัว -36% เหลือ 1.28 แสนล้าน ครึ่งปีแรกแข่งสงครามราคาระบายสต๊อก เก็บเงินสดหมุนเวียน เทรนด์ครึ่งปีหลังลุยลงทุนรอบใหม่ส่วนใหญ่มุ่งแนวราบ หวังลูกค้าจีน-ฮ่องกง หวนคืน

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึง สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า เจอศึกกระหน่ำ 2 ด้าน ด่านแรก-สต๊อกสะสมเหลือขายในตลาดจำนวนมาก ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับแผนธุรกิจด้วยการเลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป 2 ปีซ้อนจากปี 2562 เจอผลกระทบมาตรการ LTV-loan to value ต้องเลื่อนมาเปิดในปี 2563 มาเจอโรคระบาดโควิด-19 หลายบริษัทขยับแผนเลื่อนบางโครงการออกไปเปิดตัวในปี 2564 แทน

ด่านที่สอง-สงครามราคาครั้งมโหฬาร เนื่องจากโครงการต้องเปิดพรีเซลเพื่อสร้างรายได้และสร้างแบ็กล็อก (ยอดขายรอโอน) ตุนเป็นเสบียงสำหรับผลประกอบการในปีต่อ ๆ ไป ครึ่งปีแรก 2563 มีการเทกระจาดสต๊อกเพื่อแปลงยูนิตเหลือขายของบ้านคอนโดมิเนียมเป็นกระแสเงินสด นำไปสู่ สงครามราคาดุเดือด ทั้งลดแลกแจกแถมอุตลุด  ในขณะที่โครงการเปิดตัวใหม่ที่ต้องกัดฟันลงทุน ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 ย่อมไม่สามารถตั้งราคาขายเหมือนเดิมได้อีกต่อไป และ กลายเป็น new normal สำหรับบริษัทฯอสังหาไปโดยปริยาย

รายได้ 6 เดือนแรก-ภาพรวมลด -14% กทม.และปริมณฑลหดตัว -36% 

ผลประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 10 บริษัทในช่วงครึ่งปีแรก 2563 (ณ 14 สิงหาคม 2563) 6 เดือนที่ต้องเผชิญผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 ในภาพรวมที่มีปัจจัยลบจากกำลังซื้อหดตัวอย่างรุนแรง ทำให้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจต้องปรับลดแผนลงทุนโครงการใหม่ ควบคู่กับแข่งขันสงครามราคาเพื่อระบายสต๊อกเก่า และเก็บเงินสดสำรองใช้หมุนเวียนในการประคองกิจการ

อสังหาฯรายใหญ่ยังไหว-ฮึดสู้ 6 เดือนหลัง

บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง เน้น remarketing  หลังเปิดทาวน์เฮาส์ 3 โครงการ และคอนโดฯ 2 โครงการ มูลค่ารวม 5,180 ล้านบาทในไตรมาส 1/63 ส่วนไตรมาส 2/63 เน้นระบายสต๊อกสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ณ สิ้นปี 2562 มูลค่า 25,100 ล้านบาท อัพเดตล่าสุดครึ่งปีแรกสามารถระบายได้กว่า 80% ส่งผลให้มีรายได้ไตรมาส 2/63กว่า 6,224 ล้านบาท ลดลง -13.3% จากไตรมาสแรก แม้ไม่มีการเปิดโครงการใหม่ครึ่งปีแรก 2563 มีรายได้รวม 13,308 ล้านบาท ลดลง -32% เทียบกับครึ่งปีแรก 2561 ที่มีรายได้ 19,716 ล้านบาท

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรก 2563 มียอดขาย 9,576 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 53% บ้านเดี่ยว 24% คอนโดมิเนียม 23% โดยรายได้ครึ่งปีแรกเกือบ 70% มาจากการโอนบ้าน-คอนโดฯพร้อมอยู่  แผนลงทุนครึ่งปีหลังมี “ฮีโร่โปรเจ็กต์” 26 โครงการ โดยคัด 19 โครงการบนทำเลเกรด A มูลค่ารวม 25,650 ล้บาท นำมา remarketing ปรับรูปแบบและดีไซน์สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ (new normal) และเดินหน้าเปิดตัวใหม่ 7 โครงการมูลค่ารวม 8,780 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 3 โครงการ บ้านเดี่ยว 3 โครงการและคอนโดมิเนียม 1 โครงการ  ส่วนภาพรวมในเขต กทม.-ปริมณฑลช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่าตลาด 128,457 ล้านบาท ลดลง -36% ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 5 เดือนแรกอยู่ที่ 145,969 ล้านบาท ลดลง -8% แม้ว่าสถานการณ์โควิดมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ทิศทางตลาดอสังหาฯยังคงต้องเฝ้าระวัง

-เอพี-เอสซีฯบุกแนวราบ ผลประกอบการโดดเด่นเป็นบวกหรือชาร์ตสีเขียวเป็นของ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) แจ้งว่ามีรายได้สูงสุดตั้งแต่เปิดบริษัท 36 ปี สถิติไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 8,473 ล้านบาท เติบโต 70.5% เทียบกับไตรมาส 2/62 ทำให้สถานการณ์ครึ่งปีแรก 2563 ทำรายได้ 13,994 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% เทียบกับครึ่งปีแรก 2562 ที่มีจำนวน 13,063 ล้านบาท  แนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เอพีปรับแผนบุกตลาดแนวราบเต็มตัว โดยประกาศเลื่อนเปิดคอนโดฯ 4 โครงการ 12,100 ล้านบาทไปปี 2564 และเบ่งพอร์ตแนวราบปีนี้เป็น 40 โครงการ 41,500 ล้านบาท จากเดิมวางแผนผุดแนวราบ 33 โครงการ 35,050 ล้านบาท

บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น เน้นแนวราบกลางสูง ทำรายได้ครึ่งปีแรก 2563 จำนวน 7,888 ล้านบาท เพิ่ม 18% เทียบกับครึ่งปีแรก 2562 ซึ่งมีรายได้ 6,690 ล้านบาท โดยไตรมาส 2/63 ทำรายได้ 4,575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.9% จากไตรมาส 2/62 ที่มีรายได้ 3,496 ล้านบาท ไฮไลต์แผนกลยุทธ์บริษัทเน้นขายแนวราบเซ็กเมนต์ 5 ล้านบาทขึ้นไปเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโควิดน้อยกว่าตลาดแมสราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

-บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เจาะตลาด Gen Y-Z ครึ่งปีแรก 2563 รายได้ 5,901 ล้านบาท ลดลง -13.1% เทียบกับ 6,790 ล้านบาทในครึ่งปีแรก 2562 เป็นผลจากกำลังซื้อหดตัวในช่วงพีกโควิดเมื่อเดือนมีนาคม ผลงานโดดเด่นอยู่ที่กำไรสุทธิ 21.5%

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้กล่าวว่า ครึ่งปีแรก SG&A ปรับลดลงเหลือ 12.7% เทียบกับ 19.7% ในไตรมาส 1/63 ท่ามกลางตลาดที่แข่งขันด้านราคากันอย่างรุนแรง แผนลงทุนครึ่งปีหลัง 2563 เปิดตัวบ้านจัดสรร 2 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ เบลกราเวีย (BELGRAVIA) เจาะตลาดลักเซอรี่ กับไบรตัน (BRIGHTON) เจาะตลาด Gen Y-Z รวมโครงการรอเปิดตัวใหม่ 14 โครงการ มูลค่า 16,700 ล้านบาท

บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ครึ่งปีแรกรายได้ 4,023 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย -11% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 4,518 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาส 2/63 มียอดรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ 1,752 ล้านบาท อาทิ โนเบิลรีโคล สุขุมวิท 19, โนเบิล บี เทอร์ตี้ทรี, โนเบิล เพลินจิต, โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดาฯ,โนเบิล เกเบิล คันโซ วัชรพล ฯลฯ

นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทเปิดตัวคอนโดฯแบรนด์ใหม่ NUE 3 โครงการ โดยเปิดตัวแล้วในทำเลงามวงศ์วาน, รัชดาฯ-ลาดพร้าว รอเปิดตัวบนทำเลไฟฉาย-วังหลัง มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท  ส่วนตลาดลูกค้าต่างชาติ นายแฟรงค์ ฟง คึ่น เหลียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมกล่าวว่า นับ 18 เดือน (รวมปี 2562) มีรายได้ 4,400 ล้านบาท และนับ 6 เดือนแรกปีนี้ทำรายได้ 900 ล้านบาทคิดเป็นส่วนแบ่ง 34% ของตลาดลูกค้าต่างชาติ โดยเริ่มมองเห็นสัญญาณบวกหลังโควิด-19 เริ่มคลี่คลายในประเทศจีนและฮ่องกงที่มีความต้องการซื้อเป็นบ้านหลัง 2 และซื้อเพื่อการลงทุน รวมทั้งเตรียมขยายฐานเจาะลูกค้าไต้หวันและสิงคโปร์

-บมจ.ศุภาลัย ครึ่งปีแรก 2563 รายได้ 6,970 ล้านบาท ลดลง -36% เทียบกับครึ่งปีแรก 2562 ที่มีรายได้รวม 10,892 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 16.8% แสดงให้เห็นว่ายอดขายและรายได้ไม่ได้แข่งสงครามราคาแบบเต็มตัว รวมถึงยังรักษาสถานะเป็นบริษัทที่ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ดี

บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ แสดงผลประกอบการครึ่งปีแรก 2563 รายได้ 5,083 ล้านบาท ลดลง -25% เทียบกับครึ่งปีแรก 2562 ที่มีรายได้ 6,803 ล้านบาท กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2563 อยู่ที่ 969 ล้านบาท ลดลง -33.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 1,462 ล้านบาท บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ หรือLPN ครึ่งปีแรก 2563 รายได้ 3,415 ล้านบาท ลดลง -24.7% เทียบกับครึ่งปีแรก 2562 ที่มีจำนวน 4,532 ล้านบาท กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2563 จำนวน 370 ล้านบาท

สถานการณ์ในปัจจุบันการกระตุ้นกำลังซื้อด้วยกลยุทธ์ด้านราคา ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อ ทำให้เราจะเห็นการปรับราคาของที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในตลาดเดิม และราคาโครงการเปิดตัวใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 มีการปรับราคาลงมา 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2562 เพื่อตอบโจทย์กับกำลังซื้อที่มีอยู่ในตลาด สำหรับลูกค้าต่างชาติ -จีน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น ยังเป็นเป้าหมายที่อสังหาฯรายได้หวังว่า เมื่อสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ผ่อนคลาย จะกลับมา  แต่ดูแล้วยังไม่อาจวางใจ เพราะกระแส โควิด-19 ระบาดระลอกสอง กำลังเป็นจริง?!!?

เครดิตภาพ:Thinkofliving