ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 155 คน!?! ต่อต้านล็อคดาวน์ค้านวัคซีนโควิด-19 อ้างละเมิดสิทธิปชช.

436

ตำรวจอังกฤษจับกุมผู้ประท้วง155 คน ที่ชุมนุมต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์และการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19  ผู้ประท้วงอ้างละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งๆที่ยอดผู้ป่วยติดเชื้อทุบสถิติและเสียชีวิตพุ่ง จนโรงพยาบาล-แพทย์และพยาบาลขาดแคลน และมาตรการล็อคดาวน์จะสิ้นสุดวันที่ 2 ธ.ค.นี้ คาดว่าเพราะประธานาธิบดีบอริส จอห์นสัน ประกาศถ้าโควิดทำผู้ป่วยพุ่งไม่หยุด อาจต่อมาตรการล็อคดาวน์เพิ่ม นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนวิจารณ์การชุมนุมว่าเป็นคนส่วนน้อยที่เห็นแก่ตัว สะเพร่าและใช้ความรุนแรง เหมือนการชุมนุมที่เมืองไทยอย่างไรก็อย่างนั้น สนใจแต่สิทธิของตนเอง ไม่สนใจว่าละเมิดผู้อื่นทำเดือดร้อนส่วนรวม

กลุ่มผู้ประท้วงมาตรการล็อกดาวน์และต่อต้านวัคซีนต้านโควิด-19 รวมตัวกันกลางกรุงลอนดอน และชูป้าย “ไม่ต้องการล็อกดาวน์อีกต่อไป” และ “หยุดบังคับเราเสียที” เพราะเชื่อว่ามาตรการล็อกดาวน์เจตนาละเมิดเสรีภาพของพลเมืองอย่างชัดเจน ก่อนพากันเดินขบวนไปตามถนนออกซ์ฟอร์ด และถนนรีเจนท์ ย่านการค้าสำคัญของกรุงลอนดอน ซึ่งตำรวจได้สกัดกั้นจนเกิดกระทบกระทั่งกัน โดยผู้ประท้วงขว้างปาขวดน้ำและระเบิดควันเข้าใส่ตำรวจ ก่อนถูกจับกุมไปไม่ต่ำกว่า 155 คน และคาดว่าจะมีการจับกุมเพิ่มขึ้นอีก ตามมาตรการล็อกดาวน์ของอังกฤษ ซึ่งห้ามรวมตัวกันในที่สาธารณะ

ล่าสุด(29 พ.ย.2563) สหราชอาณาจักร(UK) มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 1,605,172 ราย เสียชีวิต 58,030ราย

สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติ หรือ เอ็นเอชเอส (NHS) รายงานว่า หลังจากสหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านหลัก 1 ล้านคน และการระบาดระลอก 2 มีแนวโน้มว่าจะทำให้ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล เกินขีดความสามารถของสำนักงานด้านสาธารณสุข โดยในรอบวันเดียวกัน สหราชอาณาจักรยังมีผู้เสียชีวิตอีก 326 คน เพิ่มสถิติผู้เสียชีวิตสะสม 58,030 คน สูงที่สุดในยุโรป

ตำรวจลอนดอนกล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ (28 พ.ย.2563) ได้จับกุมผู้ประท้วง 155 คน ที่ชุมนุมประท้วงมาตรการล็อคดาวน์และต่อต้านวัคซีน ตำรวจกล่าวว่าผู้ประท้วงทำร้ายตำรวจ บางคนครอบครองยาเสพติด และต่อต้านมาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาล ทั้งนี้คำสั่งล็อคดาวน์ของนายกรัฐมนตรีบอลิส จอห์นสัน มีผลตั้งแต่  2 พ.ย.-2 ธ.ค.2563

การจับกุมผู้ประท้วงเพราะเกิดกรณีกระทบกระทั่งกัน ระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม ในเซนต์เจมส์ปาร์ค ใกล้เวสต์มินเตอร์ กลุ่มประท้วงมีสองกลุ่มที่เรียกร้องต่างกันแต่ประท้วงร่วมกันคือ ต่อต้านมาตรการล็อคดาวน์และต่อต้านการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ตำรวจลอนดอน กล่าวว่าผู้ประท้วงชูป้าย “ละเมิดอิสรภาพ, ละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์”, “ไม่มีการโกหก, ไม่เอาหน้ากาก, ไม่เอาล็อคดาวน์” มีผู้ประท้วงประมาณ 300-400 คน

สจ๊วต เบลล์ ผู้บัญชาการตำรวจลอนดอนกล่าวว่า มีการตั้งจุดสกัดไม่ให้ประชาชนสัญจรผ่าน และชวนให้ร่วมขบวนประท้วง  “แผนปฏิบัติงานของตำรวจคือ จะดูแลไปจนค่ำและต้องคอยเตือนใครที่ยังไม่ทันได้กลับบ้านให้กลับบ้าน”

สิทธิเสรีภาพเป็นพิษ-เห็นแก่ตัวหนัก

ชุมนุมต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลหลายพันคนปะทะกับตำรวจ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุม ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อต่อวันทะลุกว่า 6,000 คนเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน การปะทะระหว่างตำรวจที่ใช้กระบองกับผู้ชุมนุมที่ขว้างปาขวดน้ำทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 คน แบ่งเป็นผู้ชุมนุม 3 คน และตำรวจ 9 นาย นอกจากนี้ยังมีการจับกุมผู้ชุมนุมอย่างน้อย 16 คนด้วย

ปัจจุบันอังกฤษห้ามการรวมตัวในที่สาธารณะเกินกว่า 6 คน แต่การชุมนุมได้รับการยกเว้น แต่ผู้เข้าร่วมต้องรักษาระยะห่างและผู้จัดการชุมนุมต้องส่งรายงานการประเมินความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่

นายซาดิค ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนวิจารณ์ผู้ชุมนุมว่า พฤติกรรมที่เห็นแก่ตัว สะเพร่า และใช้ความรุนแรงของ “คนส่วนน้อย” เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ เพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในช่วงเวลาสำคัญ

ขณะนี้ประชากรของสหราชอาณาจักรราว 17 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 4 กำลังอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในรอบวันที่ผ่านมาอยู่ที่ 6,042 คน นับเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันแล้วที่พบผู้ติดเชื้อสูงกว่า 6,000 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 1,605,172  คน และเสียชีวิตสะสม 58,030  คน (ประมาณกว่า 30%)

ล็อคดาวน์รอบสองทำอังกฤษป่วนหนัก

1 พฤศจิกายน 2563 นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ประกาศล็อคดาวน์ประเทศรอบ 2 เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อป้องกัน “หายนะทางการแพทย์และศีลธรรม” อันสืบเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดระลอกสองของโรคโควิด-19 กำลังสร้างความตึงเครียดอย่างหนักให้กับระบบสาธารณสุข และเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบสวัสดิการดังกล่าวของประเทศต้องล่มสลาย

นายจอห์นสัน แถลงข่าวที่สำนักนายกรัฐมนตรี ถนนดาวนิ่ง สตรีท หลังข่าวเกี่ยวกับการล็อคดาวน์ประเทศรอบ 2 รั่วไหลสู่สื่อท้องถิ่น โดยกล่าวว่า มาตรการล็อคดาวน์ 1 เดือนทั่วเกาะอังกฤษ จะเริ่มต้นหลังเที่ยงคืนวันพฤหัสบดี จนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2563 โดยหลังจากวันที่ 2 ธันวาคม 2563 จึงจะมีการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้ม และภูมิภาคต่างๆจะกลับคืนสู่ระบบป้องกันที่มีการแบ่งเป็นระดับต่างๆต่อไป

สำหรับมาตรการ “ล็อคดาวน์” รอบ 2 นี้ ประชาชนบนเกาะอังกฤษจะสามารถออกจากบ้าน ด้วยเหตุผลเพื่อไปซื้อหาสิ่งของจำเป็น การไปพบแพทย์ และการเดินทางไปทำงานที่ไม่สามารถจัดการจากที่บ้านได้เท่านั้น ขณะที่กิจการไม่จำเป็นต้องปิดให้บริการ ขณะที่สถานศึกษาและศาสนสถานยังคงเปิดได้ตามปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด