หมอวรงค์คุยBBCชำแหละม็อบ!มีตปท.หนุน เผยคำหยาบหากพูดที่อังกฤษก็โดนจับ

5535

จากที่วันนี้(28พ.ย.63ป นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เล่าถึงการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี ถึงม็อบคณะราษฏร ซึ่งมีประเด็นที่สำคัญ และน่าสนใจต่อพฤติกรรมของผู้ชุมนุมเพื่อตีแผ่ให้โลกรู้???

วันนี้ได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์ คุณJonathan Head จาก BBC ในหลายๆมุมมอง กรณีผู้ชุมนุม พอสรุปประเด็นคร่าวๆ ผมคิดว่าได้มีโอกาสอธิบายให้เขาเข้าใจ ในหลายๆประเด็นเกี่ยวกับสังคมไทย วิถีไทย การเมืองไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์

สิ่งที่ผมยืนยันคือ เราเข้าใจน้องๆที่มาชุมนุม เพราะบางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ที่พวกเราต้องอธิบาย ประกอบกับธรรมชาติของวัย วันหนึ่งเมื่อเขามีประสบการณ์มากขึ้น เขาจะเข้าใจเองว่า ทำไมประเทศไทยต้องมีสถาบันฯ

สิ่งที่ผมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อเรียกร้องที่อ้างต้องการแค่ปฏิรูปสถาบันฯนั้นไม่ใช่ เพราะเป็นแค่วาทกรรม ทั้งท่าที พฤติกรรม ความหยาบคาย การแสดงออก การสาดสีน้ำเงิน ซึ่งหมายถึงสถาบันฯ

การถือธงในที่ชุมนุมมีแต่สีแดง ขาว และสามนิ้วกลางธง แต่ไม่มีสีน้ำเงิน การถือธงที่มีคำว่า Republic of Thailand รวมทั้งการปราศรัยที่ถนนอักษะ ที่บอกว่าจะรัฐประหารโดยประชาชน และมีคำพูดว่าจะราชประหารว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การปฏิรูป แต่คือการล้มล้าง

ผมยังย้ำว่า ถ้าต้องการปฏิรูป มันต้องมีท่าทีที่เป็นมิตร เพราะการปฏิรูปต้องการทำให้ดี เอาแค่ 10 ข้อที่เรียกร้องก็ไม่ใช่การปฏิรูป เพราะสถานะของสถาบันฯ ในแง่สิทธิ และเสรีภาพยังต่ำกว่าประชาชน

และผมย้ำอีกว่า การใช้คำหยาบของม็อบ สังคมไทยรับไม่ได้ แม้คำพูดเหล่านี้เกิดขึ้นที่อังกฤษ ก็ต้องถูกดำเนินคดี เพียงแต่กฏหมายประเทศไทยยังอ่อนในการบังคับใช้

ผมยังเชื่อด้วยว่า การชุมนุมครั้งนี้ มีการแทรกแซงจากต่างชาติ ไม่ใช่แค่เงินบริจาค ผ่านNGO ของต่างประเทศ แต่รวมถึงหลายๆปรากฏการ์ที่เกิดขึ้น เช่น การที่นักการทูตต้องมาสังเกตการณ์หลายๆครั้ง

การที่นักศึกษาต้องถือธงชาติอุยกูร์ ทิเบต ไต้หวัน และฮ่องกง รวมถึงการที่นักศึกษาไปประท้วงหน้าสถานทูตจีนเรื่องต่อต่านจีนเดียว รวมถึงการประชุมทูต 5 ประเทศที่สถานทูตอเมริกา ภาพโดยรวมเหล่านี้บ่งบอกว่า มีการแทรกแซงเกิดขึ้น

เขาบอกว่า ผมมองว่าน้องได้รับข้อมูลด้านเดียว จนเหมือนถูกล้างสมอง ในมุมกลับ เขามองว่าผมก็ถูกล้างสมอง ผมก็เลยถามกลับไปว่า อย่างผมเหรอที่จะถูกล้างสมอง เพราะทุกอย่างผมยืนหลักความจริง ทั้งเหตุและผล และทุกอย่างมาจากจิตวิญญาณ ตลอดจนข้อมูลที่มีเอกสารอ้างอิง

ที่สำคัญ ผมได้ย้ำว่า ถ้าต้องการแก้ปัญหาประเทศ เพื่อความอยู่ดีกินดี ต้องแก้ที่นักการเมือง ไม่ใช่สถาบัน เพราะอำนาจงบประมาณ ทุกอย่างอยู่ที่รัฐบาล และนักการเมือง ผมยืนยันว่า ประชาชนชาวไทยไม่รู้สึกว่า สถาบันท่านเป็นปัญหาต่อประชาชน เหมือนนักการเมือง นี่คือบทสรุปคร่าวๆครับ

ที่มา : เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom