หอการค้าฯฟันธงเศรษฐกิจไทยฟื้น!?! ชงแผน “Happy Model” เปิดท่องเที่ยวปลอดภัย ขยายเวลาคนละครึ่งฯถึงปีหน้า

467

ภาคเอกชนประเมินมั่นใจเศรษฐกิจฟื้นแน่ หอการค้าฯมอบ “สมุดปกขาว”ชงรัฐบาลต่อยอดมาตรการกระตุ้นบริโภคก๊อก 2 พร้อมหนุนเอสเอมอี-ท่องเที่ยว พร้อมเปิดประเทศอย่างปลอดภัย รองนายกฯสุพัฒนพงษ์ ชี้นักลงทุนต่างชาติสนใจปักหมุดประเทศไทยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ยืนยันรัฐบาลเตรียมแผนกระตุ้นบริโภคแน่นอนและจะนำข้อเสนอสู่นายกฯต่อไป ขณะที่ธปท.ประกาศทุนสำรองประเทศยังแกร่ง 2.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

หอการค้าไทยมอบสมุดปกขาว

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สรุปการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 38 ว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ อาทิ คาดว่าหลังจากมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยทางหอการค้าไทยต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนและเชื่อมโยง Digital platform ระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น Application TAGTHAi (ทักทาย) เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลรองรับด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้ทางหอการค้าฯได้จัดทำ “สมุดปกขาว” มีเนื้อหา

โดยสรุปดังนี้คือ:

  1. เสนอให้รัฐบาลกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศผ่าน Happy Model : โมเดลอารมณ์ดี มีความสุข เพื่อสร้างงาน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืนและเตรียมพร้อมเปิดประเทศอย่างปลอดภัยหลังมีวัคซีน
  2. การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน 
  3. ปรับปรุงกฎ ระเบียบ และกระบวนการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว เช่น ยกเลิกการกรอกเอกสารการเดินทางเข้า-ออกประเทศ (ตม.6) สำหรับชาวต่างชาติ ยกเลิกการรายงานตัวทุก 90 วัน สำหรับนักลงทุนและแรงงานทักษะสูง สนับสนุนงบประมาณสำหรับโครงการ Nationa lDigital Trading Platform
  4. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประเด็นเขตการค้าเสรีเสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง คณะทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐมีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในกรอบเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหราชอาณาจักร, ไทย-สหภาพยุโรป ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) สนับสนุนให้รัฐบาลเร่งการใช้ e-government เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของปประเทศ และประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ
  5. กระตุ้นการใช้จ่ายทางเศรษฐกิจ ด้วยการขยายระยะเวลามาตรการโครงการคนละครึ่ง ขยายระยะเวลามาตรการโครงการเราเที่ยวด้วยกัน สนับสนุนระบบ Co-payment และ Soft loan สำหรับผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยว

ภาคเอกชนห่วง 2 ประการคือ ภาคส่งออก ที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้น 8% ขณะที่เวียดนามแข็งค่า 1%และสถานการณ์การเมือง ไม่ต้องการชุมนุมยืดเยื้อรุนแรง ขอให้รัฐบาลมุ่งดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนโดยย้ำว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมร่วมทำงานกับรัฐบาลในทุกมิติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย

นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองเครื่องจักรเศรษฐกิจ 4 ตัวคือ การส่งออก-การท่องเที่ยว-การลงทุน-การบริโภค มีสัญญาณขยับดีขึ้นแม้ไม่เท่ากับก่อนโควิด-19 ระบาด ดังนั้นไตรมาส1-4 ปีหน้า (2564) ขอให้รัฐคิกออฟมาตรการกระตุ้นการบริโภคต่อจากปีนี้ด้วย ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการเราเที่ยวด้วยกัน-ขอให้กระจายไปยังเมืองรอง และกำหนดนโยบรยการเปิดประเทศแบบปลอดภัยและชัดเจน ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้

ภาครัฐยันนักลงทุนต่างชาติสนใจ-เงินสำรองไทยแกร่ง

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ วิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติ ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศว่า มั่นใจว่า ไตรมาส 1-2 ปีหน้า จะเริ่มเห็นภาพการลงทุน

ล่าสุด จากการพูดคุยกับนักลงทุนสหรัฐ และไต้หวัน สนใจลงทุนขนาดใหญ่ ผลิตป้อนจีน ส่วนฐานการผลิตเริ่มเห็นสัญญาณลงทุนโดยมุ่งปักฐานคือประเทศไทย เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่นักลงทุนสนใจอย่างมากขณะนี้ โดยรัฐบาลกำลังจะพิจารณาแก้ไขและปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้นักลงทุน และแรงงานต่างชาติที่มีความสามารถเข้ามาลงทุนและทำงานในประเทศไทยมากขึ้น

“แม้จะมีความคืบหน้าวัคซีนและรัฐบาลงนาม 23 ล้านโดส ไว้ล่วงหน้า แต่ไทยยังคงอ่อนไหวและปรับตัว เราอยู่สภาพเดิมๆไม่ได้อีกต่อไป เราจะต้องกลับไปสู่จุดเดิมให้เร็วที่สุด หากติดลบ 9% ตามที่หลายคนเป็นห่วง 3-4 ปีจึงจะฟื้น หากประคับประคองไปได้แบบนี้ อย่างน้อย 18 เดือนจะกลับมาฟื้นได้ปกติ คาดว่าไตรมาส 1-2 จะเห็นภาพก่อนแน่นอน”

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขเงินสำรองระหว่างประเทศ วันที่ 20 พ.ย.63 อยู่ที่ 253.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากวันที่ 23 พ.ย.63 อยู่ที่ 252.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกันฐานะฟอร์เวิร์ดสุทธิของไทย วันที่ 20 พ.ย.63 อยู่ที่ 26.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับวันที่ 13 พ.ย.63 อยู่ที่ 25.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เงินสำรองระหว่างประเทศในรูปเงินบาทวันที่ 20 พ.ย.63 อยู่ที่ 7,658.5 พันล้านบาท จาก 7,636.2 พันล้านบาท เมื่อ วันที่ 13 พ.ย.63