สหรัฐเผชิญวิกฤตรายได้?!? ตลาดหลักทรัพย์ผันผวนผลตอบแทนต่ำ นักวิเคราะห์ชี้กองทุนETF ให้ผลตอบแทนสูง

373

อดีตของการขุดทรัพย์จากตลาดหุ้นเปลี่ยนไปแล้ว วิกฤตรายได้ของคนอเมริกัน ซึ่งพึ่งพาตลาดหุ้นอยู่ในความผันผวนสูง ผลตอบแทนที่เคยได้สูงเหลือแค่ 3% และไม่แน่นอน นักวิเคราะห์คาดแนวโน้มนักลงทุนหนีไปหารายได้จากทางอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ และมองว่ากองทุนเปิด ETF ให้ผลตอบแทน 10% น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในยุคที่โควิด-19 ยังอาละวาดหนัก และการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่แน่นอน

โลกเปลี่ยนเพราะเชื้อโรค-ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐเปลี่ยนไป

วอลสตรีทที่เคยเป็นแหล่งแสวงหารายได้จากการลงทุน ไม่ได้ให้ผลตอบแทนสูงอย่างอดีตที่เป็นมา

ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา การออกมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งที่ไม่คาดคิดและมากเป็นประวัติการณ์ ตลอดจนความผันผวนอย่างยิ่งยวดของตลาดหลักทรัพย์  ทำให้การหารายได้จากตลาดหุ้นกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างที่สุดสำหรับนักลงทุนในยุคนี้  เรื่องนี้วิลล์ ไรด์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษีทแกรไนท์แชร์ จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว ซีเอ็นบีซีเรื่อง “ยุคสมัยแห่งETF” เมื่อวันจันทร์(23 พ.ย.2563)

“เรากำลังเผชิญภาวะวิกฤตรายได้ในประเทศนี้” ไรด์กล่าว

“ก่อนโควิด-19 ระบาดเราจะมีรายได้ 5% ในแต่ละพอร์ตการลงทุนเป็นเรื่องปกติ แต่5% ปัจจุบันเหลือแค่ 3% ก็ดีแล้วซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ระหว่างการระบาดโควิด-19 ตอนนี้เราจึงเผชิญปัญหาที่ว่า นักลงทุนต่างหาทางออกในการแสวงหารายได้จากที่อื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”

ผลิตภัณฑ์ แกรไนท์แชร์ ของ HIPS US ที่เคยได้ผลตอบแทนจาก ETF สูง ซึ่งเป็นการลงทุนหลักทรัพย์เพื่อแสวงหาผลตอบแทนจากหุ้นหน้าใหม่ในตลาด(ไม่อนุรักษ์-non-traditional)

เงินลงทุนพอร์ตอีทีเอฟ (ETF’s portfolio) ประมาณ 41.5% มาจากกองทุนปิด, 29% ของบริษัทบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ, 18% ของทรัสต์ที่ลงทุนหุ้นอสังหาริมทรัพย์, 10.5% จากห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์,1% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

“ในทันทีที่คุณมีหลักทรัพย์ในตลาด ซึ่งไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนั้นอย่างอัตโนมัติ คุณกำลังเริ่มเข้าสู่กระบวนการได้รับผลตอบแทนที่สูง เมื่อคุณผสมผสานแนวทางหลากหลายเข้าด้วยกัน จะเป็นโอกาสที่คุณจะได้รับผลตอบแทนสูง”

เมื่อวันอังคาร (24 พ.ย.2563) ที่ผ่านมา HIPS รอบ30 วันผลตอบแทนเท่ากับ 9.8% สำหรับ ETF ลดลง 21% เทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน แต่คิดเป็นสูงขึ้น 32% ในรอบ 52 สัปดาห์นับจากเดือนมี.ค.

“หุ้นเหล่านี้คือสินทรัพย์ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งให้ผลตอบแทนสูง แต่ถ้าผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อกระจายความเสี่ยง ก็เป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้คงได้รับผลตอบแทนสูงต่อเนื่อง จากหุ้นที่ให้ผลตอบแทนยาก”ไรด์กล่าว

ขณะที่มันเป็นหนทางสร้างรายได้อย่างอุดมสมบูรณ์ มันหมายถึงนักลงทุนต้องรู้จักหุ้นของตัวเอง เดฟ แนดิก ประธานนักลงทุนและผู้อำนวยการของหน่วยวิจัยแนวโน้มกองทุน ETF และฐานข้อมูล ETF ให้สัมภาษณ์ในงานเดียวกันว่า

“ถ้าคุณต้องการรายได้ คุณต้องมองอดีตแบบแนวคิดค่อนข้างอนุรักษ์ในการลงทุนไว้ด้วย”

แต่ถ้าหุ้นบางตัวให้ผลตอบแทน 10% มันไม่จำเป็นจะต้องทำตามที่แนะนำไป ในบางปี คุณอาจต้องลดการลงทุนของคุณเพื่อจะได้ผลตอบแทนในระดับตามที่ต้องการ และในบางปีคุณต้องกลับไปลงทุนอีก มันไม่เหมือนกับการลงทุนซื้อหุ้นในตลาด S&P 500 หรือซื้อตราสารหนี้

“อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนผู้มีบทเรียนท่องไปในกองทุน HIPS มันน่าจะเป็นทางออกในการหารายได้ทางหนึ่ง” แนดิกกล่าว

“ตราบใดที่คุณติดตามและเข้าใจว่าคุณกำลังท่องไปในหุ้นอสังหาริมทรัพย์, คุณกำลังท่องไปตามหุ้นธุรกิจทางท่อ(น้ำมัน, ขนส่ง ฯลฯ) นั่นหมายถึงคุณกำลังเก็บรับประสบการณ์ ความหลากหลายและความไม่แน่นอนของตลาดปิด ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี เป็นหนทางที่ถูกต้องในการทำเช่นนั้น” เขากล่าว

กองทุน HIPS ไต่เพดานน้อยกว่าครึ่งของ 1% เมื่อตอนเปิดซื้อขายในตลาดเมื่อเช้าวันศุกร์ (27 พ.ย.2563)

*ETF เป็นกองทุนเปิดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ซื้อขายได้สะดวกเหมือนหุ้น ใช้เงินน้อย ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายต่ำ บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซึ่งมีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง (Passive Fund) โดยสามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท เช่น หุ้นในประเทศ , หุ้นต่างประเทศ หรือ ทองคำ เป็นต้น

ETF เป็นนวัตกรรมทางการเงิน ที่นำเอาจุดเด่นของกองทุนรวมดัชนีและหุ้น เข้าไว้ด้วยกัน