ด่วน!อ.ชูชาติกางกม.คนทำผิดม.112นอกราชอาณาจักร ให้ไปแจ้งคดีที่อัยการฯ

1626

จากที่ถาวร เสนเนียม ได้แถลงจุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยช่วงหนึ่งพูดถึงปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าที่เคยพูดบรรยายไว้ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.59 ซึ่งมีเนื้อหาเข้าข่ายละเมิดสถาบันฯนั้น

ทั้งนี้รวมทั้งกรณีเมื่อวันที่ 25 ส.ค.63 ที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น นายพานสุวรรณ ณ แก้ว และนายประกอบกิจ อินทร์ทอง ตัวแทนคณะบุคคลเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มายื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อสถานทูตญี่ปุ่น

ทั้งนี้เรื่องขอให้มีมาตรการจัดการกับ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น กรณีจาบจ้วง ยุยงปลุกปั่นด้วยคำที่หยาบคาย อาฆาตมาดร้าย ต่อสถาบันกษัตริย์ และก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม

โดยมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1ให้รัฐบาลของญี่ปุ่นใช้อำนาจหยุดพฤติกรรมล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อย่างเด็ดขาดทุกช่องทาง และส่งตัวกลับมาคำนินคดีในประเทศไทย เพื่อรักษามิตรภาพที่ดีของประชาชนชาวไทยกับประชาชนชาวญี่ปุ่นให้ยาวนานต่อไป 2.ให้ปลดปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต และมิให้เป็นวิทยากรบรรยายในสถาบันการศึกษาอีกต่อไป

3.รัฐบาลญี่ปุ่นต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรม ว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนการกระทำของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และแถลงผลความคืบหน้าการดำเนินการทุกระยะ 4.ประชาชนชาวไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเรียกร้องนี้คงจะได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยพวกเราจะเฝ้าติดตามผลการดำเนินการอย่างละเอียดต่อเนื่อง และพร้อมจะยกระดับหากไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลของท่าน

ล่าสุดวันนี้(28พ.ย.63) นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุถึงข้อกฏหมายพร้อมความผิดต่อผู้ที่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์นอกราชอาณาจักร

กรณีที่มีผู้กล่าวหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา ๑๑๒ ในต่างประเทศนั้นประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗ บัญญัติว่า ผู้ใดกระทําความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักรคือ

(๑) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๒๙ ฯลฯ ดังนั้นถ้าผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา ๑๑๒ ณ ที่ใดแม้อยู่นอกราชอาณาจักรไทย ก็จะต้องได้รับโทษในราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา ๗(๑)

ความผิดตามมาตรา ๑๑๒ มีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบหน้าปี จึงมีอายุความสิบห้าปี ตามมาตรา ๙๕ (๒) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐ บัญญัติว่า ถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทําลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหรือจะมอบหมายหน้าที่นั้น ให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทําการสอบสวนแทนก็ได้ ฯลฯ

ดังนั้นถ้าบุคคลใดต้องการกล่าวโทษให้ดำเนินคดีแก่ผู้กระทำในกรณีนี้ ต้องไปกล่าวโทษต่อพนักงานอัยการสูงสุดซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบให้ดำเนินการสอบสวนผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดภายใน ๑๕ ปี นับแต่วันที่มีการกระทำความผิด

ที่มา : เฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng