ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ ประชาชน รักในหลวง ทรงงาน อยู่เบื้องหลังช่วยเหลือประชาชนและวิกฤตชาติ

1210

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่องประชาชนรักในหลวง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 1,214 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20-26 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึงความสำนึกและความรักของประชาชนต่อในหลวง พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 เชื่อว่า ประชาชนผู้ที่มีใจเป็นธรรม รักในหลวง รองลงมาคือร้อยละ 97.9 สำนึกว่า ในหลวง ทรงงานอยู่เบื้องหลังช่วยเหลือประชาชนและวิกฤตชาติ เช่น ช่วย 13 ชีวิตเด็กที่ถ้ำหลวง แก้วิกฤตโควิด-19 แก้ปัญหาที่ทำกินของเกษตกร และ โคกหนองนาโมเดล เป็นต้น

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.4 สำนึกว่า ในหลวงทรงเสี่ยงชีวิตและสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกล ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.3 สำนึกว่า ในหลวง ทรงสละทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อประชาชนด้านต่าง ๆ เช่น สุขภาพ และการศึกษา เป็นต้น และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 สำนึกว่า ในหลวงทรงรักประชาชนอย่างเท่าเทียม แม้แต่ในกลุ่มผู้มีอคติ ถูกยุยงปลุกปั่น ตามลำดับ

เมื่อจำแนกแบ่งเป็นกลุ่มเยาวชนและกลุ่มที่ไม่ใช่เยาวชน พบส่วนใหญ่ของทั้งสองกลุ่ม มีความสำนึกและความรัก ในหลวงเช่นกัน โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.9 ของกลุ่มเยาวชน และร้อยละ 98.7 ของกลุ่มไม่ใช่เยาวชน เชื่อว่า ประชาชนผู้ใจเป็นธรรม รักในหลวง

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 อยากเห็น ประชาชนพิจารณาแยกแยะเรื่องส่วนตัวของประชาชนแต่ละคนเอง ว่าเป็นอย่างไร และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.1 อยากเห็น ประชาชนผู้มีสัมมาทิฏฐิ จิตใจบริสุทธิ์เป็นกลางแท้จริง ต่อต้านข่าวใส่ร้าย ต่อต้านการคุกคามในหลวงอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน

อย่างไรก็ตามผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลนี้ชี้ชัดว่า “ประชาชนรักในหลวง” ส่วนที่เหลือคือคนส่วนน้อยที่เห็นต่างแต่ต้องให้ความสำคัญความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติของกลุ่มคนเห็นต่างด้วยจะประมาทไม่ได้เพราะคนส่วนน้อยกำลังใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือยุยงปลุกปั่นทำคนไทยแบ่งเป็นสองขั้ว สร้างความแตกแยกของคนในชาติ ถ้าปล่อยไว้จะเป็นปัญหาที่ลุกลามบานปลายได้

 

ผลโพลนี้สุ่มสำรวจกับคนในโลกความเป็นจริง ไม่ใช่คนในโลกโซเชียล จึงเป็นเสียงของคนที่มีตัวตนแท้จริงไม่ใช่คนอวตารในโลกโซเชียล และไม่มีการเสนอตัว ไม่มีการจัดตั้งฝูงคนเข้ามาตอบแบบสอบถามในการสำรวจนี้