ศาลอนุมัติหมายจับอดีตนศ. มือป่วนการ์ดอาชีวะ เจอแล้ว 3 ข้อหาหนัก

1167

จากกรณีที่พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย และ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวเหตุการณ์กรณีเหตุยิงกันภายในบริเวณที่ชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร หลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุมที่แยกรัชโยธิน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 รายเมื่อช่วงค่ำวานนี้

โดยพล.ต.ท.ภัคพงษ์ กล่าวว่า จากกรณีที่มีการทำกิจกรรมชุมนุมบริเวณด้านหน้าธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษกเมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 พ.ย. ทั้งนี้ภายหลังมีการประกาศยุติการชุมนุมเวลาประมาณ 22.11 น. ได้เกิดเสียงดังคล้ายประทัด 1 ครั้ง และเสียงดังคล้ายปืนตามมาอีก 3-4 ครั้ง ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ รวม 3-4 ปาก ทราบว่า นายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ (เสื้อสีน้ำเงิน) อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาอาชีวะสถาบันมีนบุรีโปลีเทคนิคที่ถูกรุมทำร้ายและเป็นหนึ่งในผู้บาดเจ็บ เป็นคนลั่นไกปืน ใส่นายประชากร ศักดิ์ศรีเท้า อดีตนักศึกษาอาชีวะสถาบันเทคนิคปทุมธานี โดยเป็นการทะเลาะวิวาทกันเพราะเรื่องส่วนตัว


ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ขอศาลอาญาออกหมายจับนายภาสพงศ์ รวมทั้งสิ้น 3 ข้อหา ได้แก่ พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ซึ่งขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากนี้จะทำอายัดตัวดำเนินคดีหลังจากรับการรักษาจากแพทย์แล้วเสร็จ


อย่างไรก็ตามทางด้านพล.ต.ต.จิรพัฒน์ เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า จากแนวทางการสอบสวนทราบว่า ผู้ขว้างวัตถุคล้ายระเบิด พบความเชื่อมโยงว่าเป็นการ์ดของกลุ่มราษฎร เป็นคนรู้จักที่มาร่วมชุมนุมด้วยกันหลายครั้ง แต่เกิดความขัดแย้ง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังในโลกโซเชียล พบว่าทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันมานานกว่า 2 เดือนแล้ว โดยในส่วนของผู้ขว้างวัตถุคล้ายระเบิด ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัว

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นในคดีนี้ถือว่ามาจากเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้น หลังประกาศยุติการชุมนุม โดยมีฝ่ายหนึ่งเริ่มขว้างวัตถุคล้ายระเบิดก่อน ส่วนอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุเป็นปืนลูกโม่ ยี่ห้อ สมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 จากการตรวจสอบพบว่ามีเลขทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบชื่อผู้ครอบครอง รวมถึงตรวจหาลายนิ้วมือและคราบเขม่าดินปืน รวมถึงวัตถุคล้ายระเบิดลักษณะเป็นท่อพีวีซีที่พบในที่เกิดเหตุ