“บิ๊กตู่” รับปาก คนละครึ่งเฟส 2 มีแน่ รอบนี้มากกว่า 10 ล้านราย

932

หลังจากที่ได้กระแสตอบรับอย่างดีจากประชาชน สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ได้มีการเริ่มโครงการคนละครึ่งในเฟสแรก จนมียอดใช้จ่ายสูงทะลุ 10,000 ล้านบาท รวมไปถึงการเปิดให้ลงทะเบียนรอบเก็บตก 2.4 ล้านสิทธิ์ ที่มีผู้ลงทะเบียนครบภายใน 3 ชั่วโมงเท่านั้น

ต่อมาทางด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมเปิดโครงการ “คนละครึ่ง เฟส 2” ต่อ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด ขณะที่ทางด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดคลัง กล่าวถึงเงื่อนไขและรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 ว่า ผู้ที่ลงทะเบียนและได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งเฟสแรก สามารถขอใช้สิทธิ์เฟส 2 ต่อได้ แต่มีเงื่อนไขคือ คนที่ได้รับสิทธิ์เฟสแรก ต้องใช้จ่ายเงินที่ได้รับ 3,000 บาท ภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ให้ครบก่อน

ส่วนในเฟส 2 กระทรวงการคลังจะมีปุ่มหรือข้อความให้ผู้ลงทะเบียนเฟสแรกยืนยัน ว่าจะเข้าร่วมมาตรการคนละครึ่งต่อหรือไม่ ถ้าเข้าร่วมก็จะได้รับเงินในส่วนของเฟส 2 โดยผู้ที่ลงทะเบียนและได้รับสิทธิ์เฟส 2 จะไม่ได้รับสิทธิ์ย้อนหลัง คือไม่ได้รับเงิน 3,000 บาท เหมือนผู้ที่ได้รับสิทธิ์เฟสแรก


ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม​ เปิดเผยว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ว่ารัฐบาลยืนยันความสำเร็จในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากหญ้า โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรืออื่น ๆ ที่จะออกมาในอนาคต เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 ไปปฏิบัติภารกิจที่จ.นครสวรรค์ ทุกคนต้องการและชื่นชมในมาตรการนี้ ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้น ร้านไหนไม่ได้ขึ้นทะเบียน ขายเช้า เย็น ยันกลางคืนยังขายไม่หมด แต่หากร้านไหนขึ้นทะเบียนขายหมดตั้งแต่บ่าย ซึ่งผู้ว่าฯถามว่าจะเอาอย่างไร คนที่ยังไม่เข้าก็อยากจะเข้าโครงการให้ได้

“ดังนั้น​ เราจะเปิดระยะที่ 2 ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ขอให้รอหน่อย อย่าเพิ่งไปพูดว่าเท่าไหร่ อะไร เพราะบางที่พูดไปก่อน ทั้งที่ยังไม่เห็น ไม่ได้อนุมัติ ทุกอย่างจะต้องนำมาเสนอ ทั้งนี้​ ได้ให้นโยบายไปแล้ว ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการกระตุ้นการบริหารช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย งบประมาณที่ตั้งไว้ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าโครงการได้ประมาณ 10 ล้านคน หรือมากกว่านั้น ซึ่งกำลังดูโครงการระยะที่ 1 และโครงการระยะที่ 2 ว่าควรจะมีกลุ่มไหนเข้ามาเพื่อพิจารณาอีก การขยายโครงการคนละครึ่งเฟส 2 เป็นการช่วยเหลือผ่อนเบา และได้กำชับในการใช้เงินตรงนี้ ต้องใช้กับผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ คือ ผู้ประกอบการรายย่อย แม่ค้าขายปลีก


อย่างไรก็ตามนายกฯได้ขอย้ำให้ทุกคนดูแลสิทธิของตัวเองได้หรือไม่ อย่าปล่อยให้มีการทุจริตคดโกงกันในระดับล่าง ทุกคนต้องรักษาสิทธิ ต้องซื่อตรงต่อวิชาชีพของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะไปไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีคนจ้องและติดตามอยู่ แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็เป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมา บางครั้งเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขปัญหาในระดับล่างให้ได้ต้องจับกุมดำเนินคดีให้ได้