Apple ยอม?!?ชดเชย113 ล้านดอลลาร์ใน 34 รัฐ ยุติคดีใช้แบตเตอรี่เกททำไอโฟนรุ่นเก่าช้า ผิดกม.คุ้มครองผู้บริโภค

479

พฤติกรรมของแอปเปิลทำผิดกฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในหลายรัฐ (ไม่เปิดเผยข้อมูลเรื่องการทำให้เครื่องช้าลงอย่างตั้งใจ) แอปเปิลจึงถูกอัยการของแต่ละรัฐฟ้องในคดีนี้ ต้นปีจ่ายไป 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ล่าสุดยอมจ่ายเงินค่าปรับเพื่อยุติคดีกับอัยการจาก 34 รัฐเป็นเงินรวม 113 ล้านดอลลาร์ โดยเงินค่าปรับเหล่านี้จะกระจายกันไปตามแต่ละรัฐ พร้อมมีเงื่อนไขว่าแอปเปิลต้องทำหน้าเว็บให้ข้อมูลกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา และแสดงข้อมูลประสิทธิภาพแบตเตอรี่ในหน้า Settings ของ iPhone ด้วย 

แอปเปิ้ลทำมึนบอกไม่ตั้งใจ-ผู้บริโภคไม่เชื่อเลยฟ้อง

อัยการ 34 รัฐ ในสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจากกรณีเมื่อปี 2016/2559 ที่ผู้ใช้ไอโฟน 6, ไอโฟน 7 และไอโฟน เอสอี ประสบปัญหาเครื่องทำงานช้าลง จนทำให้ต้องขอเปลี่ยนแบตเตอรี่ในราคาพิเศษ แต่ทางแอปเปิล อิงค์ กลับปฏิเสธการเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ลูกค้า และต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เพิ่ม ซึ่งเป็นที่รู้จักในคดี “แบตเตอรี่เกท”

โดยก่อนหน้านี้ บริษัท แอปเปิล อิงค์ อ้างว่า การที่ไอโฟน 6, ไอโฟน 7 และไอโฟน เอสอี ทำงานช้าลง เป็นเพราะฟังก์ชันการทำงานของเครื่องต้องการใช้แบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานนานขึ้น

ทั้งนี้ บริษัท แอปเปิล อิงค์ ได้อัพเดทซอฟท์แวร์ของไอโฟน 6, ไอโฟน 7 และไอโฟน เอสอี เมื่อปี 2016/2559 เพื่อให้ชิพการทำงานของไอโฟนรุ่นเก่าทำงานได้นานขึ้น แต่ปรากฏว่าสมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่น กลับทำงานช้าลง ซึ่งหลายรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา มองว่า แอปเปิล อิงค์ ใช้เล่ห์เหลี่ยมในการอัพเดทซอฟท์แวร์ โดยไม่เปิดเผยความจริงทั้งหมดต่อลูกค้า ซึ่งอัยการรัฐแอริโซนา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเปรียบเสมือนการบีบทางอ้อมให้ลูกค้าซื้อไอโฟนรุ่นที่ออกใหม่ล่าสุดไปโดยปริยาย ซึ่งล่าสุด แอปเปิล อิงค์ ยินยอมจ่ายเงินค่าเสียหายเป็นมูลค่า 113 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อริโซนา

“บริษัทยักษ์ไฮเทคต้องเลิกครอบงำผู้บริโภค และบอกความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการใช้อย่างโปร่งใส” มาร์ค บราโนวิค อัยการจากอริโซนา ผู้นำทีมสืบสวนกล่าว “ผมมุ่งมั่นกรณีคดีบริษัทยักษ์ไฮเท็คปกปิดข้อมูลสำคัญแก่ผู้ใช้” ซึ่งในช่วงเวลาสืบสวน บริษัทไม่มีคำขอโทษแต่อย่างใด ขณะที่ผู้บริโภคต้องซื้อแบตเตอรีใหม่ จาก 79 ดอลลาร์ ไปถึง 29 ดอลลาร์ และรวมต้องซื้อฟีเจอร์ที่ใช้ตรวจคุณภาพการใช้งานของแบตเตอรีอีกด้วย

“เราทราบว่าบางคนรู้สึกผิดหวังกับแอปเปิ้ล เราขอโทษ” บริษัทแถลงขอโทษในปี 2017 “ประการแรก เราไม่เคย และไม่มีทางที่จะทำอะไรที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลมีอายุการใช้งานสั้นลง หรือลดค่าระดับประสบการณ์การใช้งานเพื่อผลักดันให้ลูกค้าซื้อของใหม่หรืออัพเกรดใหม่”

ถึงแม้จะยอมรับผิด แอปเปิ้ลก็ต้องเผชิญกับการดำเนินคดีทางกฎหมาย เมื่อเดือนมีนาคม 2563 แอปเปิ้ลต้องยินยอมจ่ายค่าชดเชยจำนวน 500 ล้าน ในคดีที่ทำให้เครื่องไอโฟนรุ่นเก่าช้าลง เพื่อให้ลูกค้าต้องซื้อเครื่องใหม่

แคลิฟอร์เนีย

เว็บไซต์ MSN รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก ฮาร์เวียร์ บีเซร์รา อัยการรัฐแคลิฟอร์เนีย ว่า ข้อหาที่ทางการรัฐทั้งหลายและกรุงวอชิงตันร่วมกันฟ้อง บริษัท แอปเปิล นั้นเกี่ยวกับการที่บริษัทแห่งนี้ปิดบังข้อมูลด้านอายุแบตเตอรี่ของตัวเครื่องที่ทำให้การทำงานของ iPhone ช้า ด้วยการแจ้งผู้ใช้งานว่าเป็นเรื่องของการอัพเดทข้อมูลเครื่อง โดยพฤติกรรมดังกล่าวมีผลกระทบต่อการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภค

ในข้อมูลส่งฟ้องนี้ อัยการระบุว่า แอปเปิล ใช้แบตเตอรี่รุ่นที่มีโอกาสเสื่อมได้ง่ายเมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง ในการผลิต iPhone 6 และ iPhone 7 ขณะที่ อุปกรณ์โทรศัพท์ยอดนิยมนี้ ได้รับการออกแบบให้ปิดการใช้งานทันทีที่พลังงานแบตเตอรี่มีไม่เพียงพอให้ทำการประมวลผล โดยทั้งหมดนี้ทำให้โทรศัพท์รุ่นดังกล่าวเกิดอาการเครื่องดับบ่อยครั้งมากกว่าปกติ

ข้อมูลส่งฟ้องยังชี้ว่า แอปเปิล เลือกแก้ปัญหาด้วยการส่งซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ให้ผู้ใช้งานทำการอัพเดท และระบุว่าการกระทำดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงระบบจัดการพลังงานของอุปกรณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวโทรศัพท์กลับต้องทำงานหนัก และมีปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การใช้เวลานานขึ้นในการเปิดแอปพลิเคชั่น การลดลงของความสว่างของหน้าจอ และเสียงที่เบาลง เป็นต้น โดยบริษัทยังไม่ยอมเปิดเผยความจริงต่อสาธารณะ จนกระทั่ง สื่อมีรายงานปัญหาทั้งหมดนี้ออกมาในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2017

นอกจากการจ่ายเงินชดเชยจำนวนที่รายงานออกมาแล้ว แอปเปิล ตกลงที่จะนำเสนอ “ข้อมูลที่กระจ่างแจ้งและชัดเจน” ให้คำอธิบายเกี่ยวกับประเด็นการทำงานของแบตเตอรี่ทั้งหมด และรีบทำการแจ้งข้อมูลที่จะส่งผลการทำงานของตัวเครื่อง บนเว็บไซต์ของบริษัท อันเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการเจรจายุติการฟ้องร้องนี้

ทั้งนี้ อัยการ บีเซร์รา ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า ก่อนหน้านี้ แอปเปิล ได้ทำการจ่ายเงินชดเชยการฟ้องร้องในนามกลุ่มบุคคลที่สำนักงานอัยการรัฐแคลิฟอร์เนียยื่นไป เป็นจำนวนเงิน 500 ล้านดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว แต่โฆษกของ แอปเปิล ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเงินชดเชยเพื่อยุติคดีความต่างๆ