หมอจุฬา ประเมินโควิด-19 โหดสุดในรอบ 102 ปี คาดพรุ่งนี้ทั่วโลกแตะ 60 ล้านคน

932

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Thira Woratanarat” เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 มีเนื้อหาดังนี้… สถานการณ์ทั่วโลก 24 พฤศจิกายน 2563…

 

จากเริ่มมีการติดเชื้อแพร่ระบาดไปจนถึง 10 ล้านคนใช้เวลาราว 180 วัน

จาก 10 ล้านไป 20 ล้าน ใช้เวลา 43 วัน

จาก 20 ล้านไป 30 ล้าน ใช้เวลา 38 วัน

จาก 30 ล้านไป 40 ล้าน ใช้เวลา 31 วัน

จาก 40 ล้านไป 50 ล้าน ใช้เวลา 21 วัน

และล่าสุด 50 ล้านจะไปแตะ 60 ล้านในวันพรุ่งนี้ (25 พฤศจิกายน 2563) ใช้เวลาเพียง 18 วัน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เตือนเสมอว่า ไวรัสโรค COVID-19 นี้โหดสุดในรอบ 102 ปี และ “ไม่ใช่หวัดธรรมดา”

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 496,969 คน รวมแล้วตอนนี้ 59,433,557 คน ตายเพิ่มอีก 7,765 คน ยอดตายรวม 1,400,530 คน

อเมริกา ติดเพิ่ม 166,653 คน รวม 12,734,690 คน ตายเพิ่ม 895 คน ยอดตายรวม 263,460 คน

อินเดีย ติดเพิ่ม 38,081 คน รวม 9,177,641 คน

บราซิล ติดเพิ่ม 16,207 คน รวม 6,087,608 คน

ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 4,452 คน รวม 2,144,660 คน

รัสเซีย ติดเพิ่มทำลายสถิติเดิมอีกครั้ง 25,173 คน รวม 2,114,502 คน

อันดับ 6-10 ตอนนี้เป็น สเปน สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน

เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ โปแลนด์ แคนาดา รวมถึงอิหร่าน ตุรกี บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเมียนมาร์ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น

หลายต่อหลายประเทศในยุโรป ก็ยังติดกันหลักร้อยถึงหลักพัน

เกาหลีใต้ติดกันเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่สิงคโปร์ เวียดนาม และนิวซีแลนด์ ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

…สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 1,259 คน ตายเพิ่มอีก 26 คน ตอนนี้ยอดรวม 80,505 คน ตายไป 1,765 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%

หากเราจำกันได้ จีนเป็นประเทศแรกที่มีการแพร่ระบาด และรุนแรงจนติดเชื้อกันไปถึงแปดหมื่นกว่าคนในเวลาอันรวดเร็วในเวลาราวสองเดือนครึ่ง…

แต่ตอนนี้เมียนมาร์ก็ทะลุแปดหมื่นคน โดยใช้เวลาราวสองเดือนครึ่ง เช่นกัน

และตอนนี้ประเทศที่มีการระบาดซ้ำ โดยมียอดรวมสะสมพอๆ กับจีน อย่างเมียนมาร์ ก็อยู่ติดกับไทย

ในขณะที่มาเลเซีย ก็มีการระบาดซ้ำ โดยระลอกสองนี้ยาวมากราวสามเดือนและยังคุมไม่ได้ ตอนนี้ยอดรวมห้าหมื่นหกพันกว่าคน ก็อยู่ติดกับไทยเช่นกัน

เคสผู้ติดเชื้อที่จังหวัดตากที่ทางการรายงานมานั้นเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่ามีการลักลอบเข้าเมือง และมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในประเทศได้

ย้ำเตือนให้เราทุกคน ทั้งคนในพื้นที่ชายแดนทั้งทางเหนือและใต้ รวมถึงคนจังหวัดอื่นๆ ควรช่วยกันสอดส่องดูว่า มีคนต่างด้าวแปลกหน้าหรือไม่ หากมีก็ควรแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเพื่อไปตรวจสอบ

ที่สำคัญกว่านั้นคือ นายจ้าง ทั้งในโรงงาน ธุรกิจห้างร้านทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ รวมถึงเจ้าของบ้าน ที่จ้างแรงงานต่างด้าวในช่วงนี้ ไม่ว่าเราจะเคยรู้จักดีหรือไม่ก็ตาม หากมีประวัติเพิ่งเดินทางกลับมา ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพาไปขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย และส่งไปตรวจคัดกรองโรค COVID-19 ก่อนเสมอ

ไม่งั้นจะลำบาก หากแจ็คพอตติดเชื้อมา อาจแพร่ไปทั้งโรงงาน กิจการห้างร้าน หรือแม้แต่แพร่ให้แก่ตัวเราและสมาชิกในครอบครัวได้ และจะกระจายเป็นวงกว้าง เหมือนหลายประเทศที่ประสบปัญหาการระบาดซ้ำอย่างรุนแรง

ตอนนี้เราไม่รู้จริง ๆ ว่า ในระหว่างไปใช้ชีวิตประจำวันทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล หรือจังหวัดต่างๆ นั้น มีแรงงานที่ลักลอบเข้ามา และมีติดเชื้อแฝงอยู่มากน้อยเพียงใด รู้เพียงแต่ว่ามีการลักลอบเข้ามาแน่นอน

จึงขอให้รักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวเสมอ

ใส่หน้ากาก…ล้างมือบ่อย ๆ …อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร…พบคนน้อยลงสั้นลง…เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร…และคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ให้หยุดเรียนหยุดงานและรีบไปตรวจรักษา