“หมอระวี” จวก “แกนนำม็อบ” หยุดปั่นกระแสรัฐประหาร เตือนผู้ชุมนุม ตาสว่างซะที ก่อนถูกหลอกใช้ไปมากกว่านี้

1560

จากกรณีที่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน หนึ่งในแกนนำหลักของม็อบคณะราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กว่า

ช่วงนี้กลิ่นรัฐประหารแรงขึ้นเรื่อย ๆ และบรรยากาศทางการเมืองช่วงไม่กี่วันนี้เริ่มคล้ายกับช่วงก่อนรัฐประหาร 49 ถ้าเกิดการรัฐประหารขึ้น ขอให้พี่น้องประชาชนออกมาต่อต้านอย่างสุดความสามารถ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมขอพูดถึงกรณีที่แกนนำคณะราษฏรออกมาระบุว่า มีกลิ่นรัฐประหารแรงขึ้นเรื่อย ๆ และบรรยากาศทางการเมืองช่วงไม่กี่วันนี้เริ่มคล้ายกับช่วงก่อนรัฐประหาร 49 นั้น ผมคิดว่า วันนี้ แกนนำต้องหยุดปั่นเรื่องรัฐประหาร เพราะรัฐประหารจะเกิดขึ้นก็เพราะความรุนแรงที่แกนนำม็อบพยายามปลุกปั่นผู้ชุมนุมให้ใช้ความรุนแรง อย่างเช่น การประกาศไปชุมนุมที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่จะกลายเป็นพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน และไม่ใช่แค่การปฎิรูปอย่างที่แกนนำกล่าวอ้าง

โดยถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเรียกร้องประชาธิปไตยและการปฎิรูปประเทศ แต่แกนนำกลับมีพฤติกรรมแอบแฝงให้เกิดการทำรัฐประหาร เอาประชาชนและเยาวชนมาเป็นเครื่องมือต่อรอง ก็จะกลายเป็นเรื่องทำลายประเทศและหลอกใช้ผู้ชุมนุมที่มาร่วม เพื่อแสวงหาอำนาจของตัวเองและพวกพ้อง

ผมขอเตือนประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุม ของคณะราษฎรว่า ในอนาคตอันใกล้ พวกท่านอาจจะ ถูกหลอกใช้และนำไปเป็นเครื่องมือ ให้กับกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังม็อบกลุ่มนี้ ยกตัวอย่างการต่อสู้ทางการเมืองของผมร่วมกับนิสิตนักศึกษาและประชาชนตั้งแต่ในอดีต 2516 เป็นต้นมา

หลังการต่อสู้ของประชาชนผมขออนุญาตใช้ศัพท์แบบบ้านๆว่า”หมาคาบไปแดกทุกครั้ง” หลัง การต่อสู้ของประชาชนที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ก็จะมีทหารมายึดอำนาจไปหรือไม่งั้นก็มีนักการเมือง เข้ามาครองอำนาจ โดยไม่ได้มาบริหารประเทศอย่างสุจริตมีแต่มาโกงกิน จึงขอให้น้องๆใช้วิจารณญาณในการร่วมชุมนุม โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ขออย่าคิดเพียงแค่หวังสนุก คึกคะนอง เพราะในอดีตที่ผ่านมา เมื่อเกิดความสูญเสียขึ้นต่อตัวท่านแล้ว ก็จะไม่มีแกนนำคนไหนออกมาช่วยเหลือท่านอย่างแน่นอน”

ส่วนข้อเรียกร้องของน้องๆคนรุ่นใหม่ข้อ 1 และข้อ 2 กำลังจะประสบผลสำเร็จในระยะเวลาอีกเพียง 1 ถึง 2 ปี ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่เร็วมากถ้าเทียบกับการต่อสู้ในอดีตของหลายๆ ม็อบ ถือเป็นผลงานที่สุดยอดของน้องๆคนรุ่นใหม่ แต่การจะก้าวต่อไปในเป้าหมายข้อที่ 3 ขอให้น้องๆทบทวนให้ดี การจาบจ้วงสถาบันอย่างไม่เหมาะสม คนไทยทั้งประเทศจะยอมรับได้หรือไม่ และขอเตือนน้องๆไว้ว่าความรุนแรงจะทำให้น้องๆจะพ่ายแพ้และส่งผลให้ ประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศพ่ายแพ้ไปด้วย