8สว.สหรัฐชงคว่ำบาตรฮุนเซน?!? ขู่ตัดGSP แบนและยึดทรัพย์ครม.กัมพูชา ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน

1269

สหรัฐไม่สนใจคนอเมริกันติดโควิด-19สาหัส ยอดผู้ป่วยและเสียชีวิตพุ่งรายวัน กลับคิดแต่จะแทรกแซงประเทศที่ไม่ยอมสยบ อย่างที่กัมพูชาโดยรัฐบาลฮุนเซนกำลังเผชิญอยู่ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 8 คน เสนอให้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรกัมพูชา แบนผู้นำพรรครัฐบาล พร้อมอายัดทรัพย์ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน ยังไม่มีท่าทีจากไมค์ ปอมเปโอ(รมต.ต่างประเทศ) แต่ปล่อยข่าวกดดันฮุนเซน กัมพูชาโต้สหรัฐทันที ว่าที่สหรัฐทำเช่นนี้หนุนฝ่ายค้าน มีสัมพันธ์อย่างพิเศษกับผู้นำฝ่ายค้านอย่างชัดเจน และยืนยันกัมพูชาดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายของบ้านเมือง จับตาพายุใหญ่หลังถ่ายโอนอำนาจที่สหรัฐ จะทรัมป์หรือไบเดน สหรัฐไม่เปลี่ยนแปลง

นสพ.Khmer Times รายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ย.63 ว่า วุฒิสมาชิกสหรัฐฯที่เป็นนักกฎหมาย จำนวน 8 คน ร่วมกันยื่นหนังสือถึง นายไมเคิล ปอมเปโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เสนอให้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรกัมพูชา จากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยอ้างถึงกฎหมายคุ้มครองประชาธิปไตยในกัมพูชา ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ ก.ค.2562 

ทั้งนี้ สว.สหรัฐฯ เสนอมาตรการห้ามผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชาเดินทางเข้าสหรัฐฯ และอายัดทรัพย์สินในสหรัฐฯ ของผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากกัมพูชาจับกุมนักการเมืองฝ่ายค้านหลายราย จำกัดการเข้าถึงข้อมูลและเสรีภาพการแสดงออกในอินเทอร์เน็ต 

อย่างไรก็ดี นาย Chin Malin รองประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา โต้แย้งว่า วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ดำเนินการดังกล่าวบนพื้นฐานของความสัมพันธ์พิเศษกับอดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านของกัมพูชา และ ขาดความเข้าใจและข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์เกี่ยวกับการเมืองภายในกัมพูชา อีกทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญที่กัมพูชาจะยังคงทำงานร่วมกับสหรัฐฯ บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทวิภาคีและหลักการระหว่างประเทศที่จะเคารพอธิปไตยและไม่แทรกแซงกิจการภายในระหว่างกัน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอซึ่งจะหมดวาะไปพร้อมกับโดนัลด์ ทรัมป์ ในสัปดาห์นี้ จับตาดู นายกรัฐมนตรีฮุนเซนแห่งกัมพูชา และคณะบริหารของรัฐบาลฮุนเซน แต่ยังไม่มีท่าทีชัดเจนเกี่ยกับ มาตรการห้ามเดินทางเข้าสหรัฐ และตัดสิทธิพิเศษทางการค้าที่มีทางทวิภาคี (GSP)

จากการที่รัฐบาลฮุนเซนได้ทำการรื้อถอนอาคารสิ่งก่อสร้างของสหรัฐที่ฐานทัพเรือเรียม และมีท่าทีที่ห่างเหินกับสหรัฐ ขณะมีกระแสข่าวว่าได้เปิดทางให้จีนใช้ฐานทัพแห่งนี้แทน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและสหรัฐไม่ราบรื่นในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา  และในจดหมายระบุถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามรายงานของเจ้าหน้าที่พิเศษสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน มีความร้ายแรงต้องการให้รัฐบาลสหรัฐตอบสนองต่อสถานการณ์เหล่านี้ในทันที

“รัฐบาลสหรัฐฯต้องตอบโต้กับพฤติกรรมเหล่านี้ไปยังนายกรมต.ฮุนเซนว่าการปราบปรามผู้คิดต่างของเขาจะไม่ได้รับการยอมรับ” “เราขอเรียกร้องให้ท่านทั้งในบทบาทส่วนตัวและบทบาทสาธารณะในการตอบสนองต่อรัฐบาลกัมพูชาในทันที”ข้อความในจดหมายระบุ

นอกจากนี้ยังได้ระบุขอให้กระทรวงการคลังคว่ำบาตร ภายใต้กฎหมาย “the Global Magnitsky Act”ของสหรัฐในการแบนผู้บริหารระดับสูงของพรรครัฐบาล “พรรคประชาชนกัมพูชา” (CPP) ตลอดจนผู้บัญชาการตำรวจและนายทหาร-ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมคุมขังนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

“เราขอเสนอให้ผู้แทนการพาณิชย์ของสหรัฐตัดสิทธิในการค้าเนื่องจากละเมิดด้านผู้นำแรงงานและสหภาพแรงงาน”

เนื่องจากในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางการกัมพูชาได้ดำเนินคดีกับ กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล สอบสวนแกนนำฝ่ายค้านและภาคประชาสังคมที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และมีคดีความอยู่ในศาลจำนวนมาก