“ทิพานัน” ตอกกลับ “โรม” อวดฉลาด พลาดท่ายอมรับ ม็อบส่อผิดม.112

1722

จากกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์การชุมนุมระบุว่า จากสถานการณ์การชุมนุมในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลและทุกฝ่ายกำลังร่วมกันหาทางออกโดยสงบและสันติ บนพื้นฐานของกระบวนการตามกฎหมาย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดทาง ม.112!?! นายกฯ แถลงด่วน เพิ่มความเข้มข้นกฎหมาย “จัดการม็อบ” ขั้นเด็ดขาด หลังสถานการณ์ชุมนุมรุนแรง!!

ต่อมาทางด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้แสดงความคิดเห็นผ่านทวิเตอร์ว่า “การประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา ซึ่งรวมถึง 112 ด้วยของนายกรัฐมนตรี เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด และมีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะ การบังคับใช้ 112 เท่ากับรัฐบาลจะดึงให้สถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ไม่มีข้อดีอะไร มีแต่เสียกับเสีย #ม็อบ19 พฤศจิกา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “โรม” โหมหนักจวก “บิ๊กตู่” ใช้ ม.112 จัดการม็อบ “ไม่ฉลาด”

ล่าสุดทางด้านน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี วันที่ 19 พ.ย. 63 ว่า เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดที่จะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา ซึ่งรวมถึง 112 ด้วย และการบังคับใช้ 112 เท่ากับรัฐบาลจะดึงให้สถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ไม่มีข้อดีอะไร มีแต่เสียกับเสีย นั้นถือได้ว่านายรังสิมันต์ได้แสดงความคิดเห็นแบบอวดฉลาด

จนพลาดท่ายอมรับไปในตัวเองแล้วว่าการชุมนุมต่างๆ ที่ผ่านมามีการฝ่าฝืนกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งก็ขอขอบคุณที่ออกมายอมรับเอง เพราะในแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการเอ่ยถึงกฎหมายมาตราใดมาตราหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง เพียงแต่กล่าวถึง “การบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่” ดังนั้นการที่นายรังสิมันต์รีบออกมาวิจารณ์การบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 นั้นจึงเสมือนร้อนตัวจนยอมรับว่าม็อบมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายอาญามาตรา 112 จริง ซึ่งเป็นการตอกย้ำสอดคล้องกับภาพที่ประชาชนคนไทยมองเห็น

“แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี เป็นการแถลงเพื่อย้ำชัดว่าที่ผ่านมารัฐบาลและทุกฝ่ายกำลังร่วมกันหาทางออกโดยสงบและสันติ รัฐบาลได้แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา แต่ม็อบกลับมีแนวโน้มก่อความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติ โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่เท่านั้น ไม่มีการสั่งพุ่งเป้าให้ใช้มาตราใดมาตราหนึ่งเป็นการเฉพาะ ดังนั้นจึงไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะดึงให้สถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงตามที่นายรังสิมันต์ร้อนตัว คนที่ดึงสถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งน่าจะเป็นนายรังสิมันต์เองและกลุ่มผู้ชุมนุมบางกลุ่มที่ตะโกนด่า

เขียนถ้อยคำหยาบคาย หมิ่นประมาท ให้ร้ายด้วยความเท็จ ในที่ชุมนุม ซึ่งเป็นการกระทำที่ย่ำยีหัวใจของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะคนไทยยังรักสถาบันกษัตริย์มิเสื่อมคลาย จนล่าสุดเมื่อวานนี้ได้มีคนไทยเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องพร้อมกับแฮชแท็ก #เรารักพระพันปีหลวง จนเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในสื่อทวิตเตอร์และทางสื่อโซเชียล”