กัมพูชาโต้ผู้แทนสิทธิมนุษยชนUN?!?กล่าวหาคุกคามนักเคลื่อนไหวกว่า 21 คน ยันทำตามกฎหมายประเทศ

974

กัมพูชาแถลงโต้ผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติ (UN) รายงานด้านสิทธิมนุษยชน วิพากษ์มาตรการจัดการองค์กรสิทธิฯของฮุนเซนว่าไร้ความยุติธรรม ทำนักต่อสู้ถูกทำร้ายจับกุมคุมขัง ทางการกัมพูชายืนยันสนับสนุนการปกป้องสิทธิมนุษยชนภายใต้กฏหมายของประเทศ เพื่อส่วนรวมไม่ใช่เพื่อเฉพาะกลุ่ม ทั้งขอให้ผู้แทนยูเอ็น ศึกษากฎหมายของกัมพูชาให้เข้าใจและฟังข้อเท็จจริงให้รอบด้านด้วย

Chin Malin, secretary of state and spokesman for the Ministry of Justice. Cambodian Human Rights Committee

นางแมรี สอเลอร์ (Mary Lawlor)ผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน นำเสนอรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2563 เกี่ยวกับการใช้กฎหมายบังคับกดดันนักสิทธิมนุษยขนด้านประชาสังคม และเรียกร้องให้หยุดกระทำการกดดันทางกฎหมายและอาชญากรรมต่อผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนดังกล่าวอย่างมากเกินเหตุ

“ดิฉันได้รับคำเตือนจากรายงานที่น่าเชื่อถือว่า นักสิทธิมนุษยชนไม่น้อยกว่า 21 คนถูกทำร้าย ถูกจับกุมคุมขังในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา” นางแมรี ลอเลอร์กล่าว

“ดิฉันได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการใช้กฎหมายจากรัฐบาลเพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนอย่างสันติ เช่นการรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างสันติไม่ใช่อาชญากรรม” และกล่าวว่าวงจรคุกคามนี้ต้องจบลง”

กัมพูชาใช้หลักกฎหมายกัมพูชา

นสพ.ขแมร์ไทมส์ (Khmer Times) ฉบับ 18 พ.ย.2563 รายงานคำกล่าวของนาย ชิน มาลิน (Chin Malin) รองประธานและโฆษกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ตอบโต้แถลงการณ์ของนางแมรี ลอเลอร์ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (UN) ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 16 พ.ย.63 แสดงความห่วงกังวลต่อการควบคุมภาคประชาสังคมในกัมพูชาและเรียกร้องให้ยุติการใช้อำนาจคุกคามนักสิทธิมนุษยชน โดยนายชิน มาลิน กล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนการปกป้องสิทธิมนุษยชนภายใต้หลักกฎหมายของกัมพูชา เพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม และดำเนินมาตรการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม พร้อมระบุว่า รายงานของนาง แมรี ลอเลอร์ ไม่มีข้อมูลเพียงพอ และขอให้นางศึกษากฎหมายกัมพูชาอย่างรอบด้านและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายฝ่ายจึงถูกต้อง

“รายงานนั้นสันนิษฐานว่ามีความรุนแรงกับสิทธิมนุษยชน แต่ไม่มีการรายงาน,วิเคราะห์การกระทำของกลุ่มสิทธิมนุษยชนเหล่านั้นว่า เป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนหรือเป็นการประกอบอาชญากรรมกันแน่”มาลินกล่าว