Truthforyou

คนอเมริกันอาจเสียชีวิตทะลุวันละ 3,000 ราย?!?ล่าสุดป่วยพุ่งวันละ 80,000 ขาดแคลนแพทย์-พยาบาล

คนอเมริกันเสียชีวิตจากโควิด-19 ถึงวันละ 1,707รายซึ่งสูงสุดในรอบ 6 เดือน เท่ากับเสียชีวิต 1 รายต่อ 1 นาที ขณะที่ 47 มลรัฐป่วยติดเชื้อพุ่งไม่หยุดวันละกว่า 80,000 คนอย่างน่าสยดสยอง ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์อาจเสียชีวิตถึงวันละ 3,000 รายในเดือนหน้า แม้มีข่าวดีวัคซีนต้านโควิด-19 แต่กว่าได้ใช้จริงหน้าร้อนปีหน้า

สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตวันละ 1,707 ราย ซึ่งเป็นสถิติที่มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอบกินส์รายงานว่า ไวรัสโควิด-19 ได้คร่าชีวิคคนอเมริกัน 1 คนในทุกๆนาทีในแต่ละวัน ทำให้ทั่วประเทศตกอยู่ในความสยดสยองอย่างน่าหวาดหวั่น เมื่อวันพุธ(18 พ.ย.2563) มีคนเสียชีวิตถึง 250,029 รายทั่วประเทศนับตั้งแต่รู้ว่ามีการติดเชื้อเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ที่มลรัฐวอชิงตัน แต่มีแต่เลวร้ายในที่สุด ดร.โจนาธาน เรียนเนอร์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยจอร์จวอร์ชิงตันด้านเภสัชกรรม

“การเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยองที่ได้เห็นเมื่อวานนี้ทั่วสหรัฐอเมริกา สะท้อนว่าคนอเมริกันติดโควิด-19 มาสามสัปดาห์แล้ว อาจ 2-3 สัปดาห์เพราะช่วงต่าง”ดร.เรียนเนอร์กล่าว

“ประมาณ 2-3 สัปดาห์เราพบผู้ป่วยใหม่ 70,000-80,000 รายในแต่ละวัน และเมื่อวานพบผู้ป่วยรายใหม่ทะลุ 155,000 ราย และเมื่อเราพบว่ามีผู้เสียชีวิตวันละ 1,700 รายแสดงว่าอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าเราจะมีผู้เสียชีวิตถึงวันละ 3,000 ราย”

ขณะเดียวกันการขาดแคลนโรงพยาบาล แพทย์พยาบาลและผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข ของสหรัฐพบว่ามีผู้ป่วยทำการรักษาแค่วันเดียวจำนวน 76,830 รายเมื่อวันอังคาร(17 พ.ย.2563)

ทุกมลรัฐมีแนวโน้มอันตราย

เมื่อวันพุธ(18 พ.ย.2563) ข้อมูลสถิติจากสถาบันจอห์นฮอบกินส์พบว่าใน 47 มลรัฐ มียอดผู้ป่วยเพิ่มอย่างน้อย 10% ในช่วงเวลาเดียวกันของสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอร์ทกาโกตาและโลวา มียอดผู้ป่วยใหม่และผู้เข้ารับการรักษา ตลอดจนยอดคนเสียชีวิตพุ่งสูง

รัฐฮาวายมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10%

ยอดคนป่วยใหม่เหล่านี้ไม่ได้จากการทดสอบตรวจเชื้อแต่ป่วยแล้วเข้ารักษาเลย สถาบันจอห์นฮอบกินส์รายงานอีกว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมายอดผู้ป่วยเพิ่มถึง 29% ในขณะที่ยอดการตรวจเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 11% ตามโครงการตรวจเชื้อโควิดของรัึฐ

นายอาสา ฮัทชินสัน ผู้ว่าการรัฐอาคันซัสกล่าวว่า “ชาวอาคันซัส 1,000 คนอาจเสียชีวิตจากโควิด-19 ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส”

ที่เท็กซัส เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถแช่เย็นเคลื่อนที่ในการให้บริการไปยังเมืองอมาริลโล

ที่อิลลินอยส์ “ยอดผู้เสียชีวิตเป็นอันดับ 3 ของประเทศไปแล้วตามหลังโรคหัวใจวายและมะเร็ง” เจ้าหน้าที่รัฐ นายเจ.บี. พริทซาร์กล่าว นอกจากนี้ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ห้องไอซียูและห้องรักษาปกติมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น 5 เท่าจากยอดผู้ป่วยเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา “เราคงได้เห็นการขาดแพทย์และที่รักษาพร้อมกับยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นแน่นอนเพราะการติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงมาก” “แต่เราเปลี่ยนสถานการณ์ได้ถ้าเราเริ่มทำอะไรสักอย่างที่ถูกต้อง”

ที่ชิคาโก รัฐได้ออกคำแนะนำให้ประชาชนอยู่กับบ้าน งดเว้นการฉลองวันขอบคุณพระเจ้าโดยการเชิญแขกมามากและไม่เดินทางท่องเที่ยว เพราะจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ที่โอไฮโอ นายไมค์ ดเวน ผู้ว่าการรัฐประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่วันพฤหัสบดี (19 พ.ย.2563)เริ่ม 10:00น. ถึง 05:00 น.ของทุกวัน

ที่แมรีแลนด์ ลาร์รี โฮกัน ผู้ว่าการรัฐสั่งปิดบาร์และร้านอาหารทั้งหมดตั้งแต่วันศุกร์นี้ (20 พ.ย.2563) เริ่ม 10:00 น.ถึง 06:00 น.ทุกวัน นอกจากซื้อกลับด้านและสั่งซื้อส่งที่บ้าน “เราอยู่ในสงคราม และเชื้อไวรัสมันเป็นฝ่ายชนะ หวังว่าประชาชนจะร่วมกันฟันฝ่าไปด้วยกันในช่วงเวลาที่ยาวนานนี้”

โรงเรียนและมหาวิทยาลัยปิดอีกครั้ง

ผู้ว่าการรัฐ นิวยอร์กเปิดเผย ยอดติดเชื้อเพิ่ม 3%, เคนตักกียอดติดเชื้อเพิ่ม 9%  ทั้งสองรัฐสั่งปิดโรงเรียน

และอีกหลายรัฐตัดสินใจแบบเดียวกัน ส่วนมหาวิทยาลัย ที่บอสตันผู้บริหารได้ขอให้นักศึกษาที่กลับไปบ้านในวันหยุดก่อนเทศกาลคริสต์มาส ไม่ต้องกลับมาเรียนในเทอมต่อไป ขอให้เรียนผ่านออนไลน์แทน และแนะนำไม่ควรจัดงานฉลองมีการรวมคนมาก ขณะที่คอนเน็ตติกัต ขอให้ตรวจเชื้อและกักตัวก่อนกลับภูมิลำเนา ทั้งไปและกลับคราวละ 14 วัน เมื่อกลับบ้านไม่ควรจัดปาร์ตี้ เป็นต้น

ความหวังจากข่าวดีของวัคซีน

ได้มีการแถลงข่าววันพุธ (17 พ.ย.2563)วัคซีนจาก ไฟเซอร์และไบโอเท็ค มีประสิทธิภาพถึง 95% และไม่มีผลข้างเคียง และจะมีการเสนอขอรับรองจากอ.ย.อย่างเร่งด่วนวันศุกร์ (19 พ.ย.2563)

ขณะเดียวกันวัคซีนจากโมเดอร์นา มีประสิทธิภาพถึง 94.5% ต้านโควิด-19

ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐ กัสเตฟ เพอร์นา ผู้บริหารปฏิบัติเร่งด่วนกล่าวยืนยันหากมีกรณีเร่งด่วนจะได้เริ่มใช้ภายใน 24 ชั่วโมง ปลายปีนี้ สหรัฐอเมริกาจะมีวัคซีนสำหรับคนอเมริกัน 40 ล้านคนแน่นอน อเล็กซ์ เอซาร์ เลขาธิการองค์การสาธารณสุขและบริการเพื่อมนุษย์ยืนยัน

ดร.ฟรานซิส คอลลินส์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติกล่าวว่ายังคงต้องมีการดำเนินการทดลองระยะ 3 อย่างชัดเจนก่อนมีวัคซีนใช้ในระดับสาธารณะ “พวกเขาคงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบผลของวัคซีนอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยและดูผลข้างเคียง ไฟเซอร์และโมเดอร์นาอาจนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ แล้วจึงสามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้ตามมา “คาดว่าประมาณเดือนเมษายนปีหน้าเราคงได้เริ่มเห็นคนส่วนใหญ่ได้ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19อย่างแน่นอน”

Exit mobile version