ปารีณา ฟังผบ.เรือนจำแล้วอดไม่ได้ ซัด ไมค์ เป็นลม เพนกวิน อ้างผู้คุมทำร้าย เข้าข่ายอุปทานโกหก

1719

จากกรณี ที่ รัฐสภา มีการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน โดยได้เชิญ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา บัญชาการตำรวจนครบาล และ นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เข้าชี้ในกรณีเหตุการณ์ควบคุมตัว 3 แกนนำกลุ่มราษฎร

ประกอบด้วย นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง จากเรือนจำมายัง สน.ประชาชื่น แล้วถูกทำร่ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา

โดย นายกฤช ชี้แจงว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีอำนาจควบคุมตัวเมื่อคดีถึงที่สุดได้ไม่เกิน 15 ปี โดยในประเด็นเรื่องการอายัดตัว ไม่ได้มีระเบียบลงลึกในรายละเอียด ตามปกติจะมีหนังสือแจ้งอายัดตัวมาที่เรือนจำพร้อมทั้งจะมีการส่งสำเนาหมายจับแนบมาด้วย หากไม่มีหมายจับ ทางเรือนจำจะสอบถามและขอให้แนบหมายจับมาให้ด้วย

“เรือนจำไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ไปตรวจสอบในรายละเอียด เพียงแค่ดูว่าผู้ขออายัดมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ หากมีการมาอายัดตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมารับที่ในเรือนจำช่วงประตู 2 และประตู 3 เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการหลบหนี และต้องมีการขอให้เซ็นรับตัวไป ในกรณีวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางผู้กำกับสถานีตำรวจประชาชื่นได้สวมใส่เครื่องแบบและเดินทางมารับตัวด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ในวันนั้นแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ได้รับรายงานจากเวรประตู จำนวน 2 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น และยืนยันว่าภายในเรือนจำไม่มีการทำร้ายหรือเลือกปฏิบัติ เพราะทางเรือนจำเข้าใจดีถึงสถานการณ์ที่มีการจับตามองจากทุกฝ่าย อีกทั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีแนวทางให้จับตาดูอย่างใกล้ชิด รมว.กระทรวงยุติธรรมก็ได้เดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องขังด้วยตนเอง ผู้ใต้บังคับบัญชาในฐานะผู้ปฏิบัติจึงมีความระวังมาก”

ด้าน นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และกรรมาธิการฯ สอบถามต่อผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่า อำนาจหน้าที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและหลักการอายัดตัวที่เกิดขึ้นมีระเบียบอะไรรองรับหรือไม่ หรือเป็นดุลยพินิจ ทางเจ้าหน้าตำรวจมีหนังสือมาขออายัดตัวหรือไม่ มีการเซ็นรับและส่งตัวให้ใคร และจากภาพข่าวปรากฏว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบได้ทำร้ายทั้งสองคน ทางเรือนจำปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีการกักขัง หน่วงเหนี่ยวหรือไม่ อีกทั้งมีข้อเท็จจริงหลายส่วนและมีข้อโต้แย้งจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า หมายจับที่เอามาจับนั้น ผู้ที่ถูกหมายเรียกได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้วจึงไม่ควรต้องมีการออกเป็นหมายจับอีก จึงอยากทราบว่าทางเรือนจำได้มีการตรวจสอบหรือไม่ ถึงความชอบธรรมของหมายจับ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า ผู้บัญชาการย้ำ #เป็นไปไม่ได้ วันนี้ประชุมกรรมาธิการ ปปช. ซึ่งท่าน ผู้บัญชาการเรือนจำกรุงเทพ ได้มาชี้แจงที่กรรมาธิการกรณี เพนกวินถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่ง ปารีณาในฐานะกรรมาธิการได้ซักถาม และผู้บัญชาการได้ตอบอย่างชัดเจน หายสงสัย ประเด็น บุคคลภายนอกนอกเครื่องแบบ เข้ามาทำร้ายร่างกายเพนกวินนั้น

ทางผู้บัญชาการยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ #เป็นไปไม่ได้ บุคคลภายนอกจะเข้าออกเรือนจำจะต้องมีการทำบันทึกเอกสารและไม่สามารถเข้าไปอยู่ในระยะประชิด ยกเว้นเป็น หมอแพทย์พยาบาลหรือ นักมนุษย์สิทธินชน ขอเข้าไปตรวจสอบร่างกายเท่านั้น

นอกนั้นการพบผู้ต้องหาจะมีกรงเหล็กกั้นระหว่างกัน อีกครั้งก่อนและเข้ามาในเรือนจำได้มีการตรวจร่างกาย และโรคประจำตัว ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย
ส่วนวิธีการการส่งมอบ หรือปล่อยผู้ต้องหา ขึ้นกับดุลพินิจของผู้บัญชาการ กรณีกลุ่มเพนกวินนั้น มีการชุมนุมกว่า 200 คน บริเวณเรือนจำเพื่อเรียกร้องจี้ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา มีการใช้เครื่องขยายเสียง

ถึงอย่างไร ผู้บัญชาการไม่สามารถปล่อยตัวผู้ต้องหาในขณะนั้นได้เพราะ การปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือส่งมอบผู้ต้องหาไม่สามารถกระทำได้โดยการชุมนุม 200 กว่าคนหยาบคาย เรียกร้องจี้ให้ปล่อยตัว ผู้บัญชาการจะปล่อยตัวได้หากมีหมายเท่านั้น ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญเพนกวิน ได้มีการขัดขืน แต่ไม่มีการทำร้ายร่างกายอย่างที่ถูกกล่าวหา พร้อมยินดีแสดงภาพกล้องวงจรปิด ขณะ เกิดเหตุดังกล่าว สรุป… ว่า … อุปทาน หรือเป็นการสร้างสถานการณ์กันแน่ ในโซเชียลโพสต์อะไรระวังด้วย จะถูกข้อหาหมิ่นประมาท และดูหมิ่นเจ้าพนักงานได้