ทรัมป์ดิ้นอีกเฮือก?!? กดดันใช้กม.ขอนับคะแนนใหม่ 4 รัฐ ล่าสุดจอร์เจียนับใหม่เพราะคะแนนสูสี

846

เลือกตั้งสหรัฐยังไม่จบง่าย แม้ไบเดนจะเดินหน้าเตรียมรับโอนถ่ายอำนาจและฟอร์มทีมรัฐบาลล่วงหน้าล่าสุดประกาศให้รอน เคลนกุนซือคนใกล้ชิดเป็นหัวหน้าทีมบริหารทำเนียบขาว หวังช่วยงานแก้ปัญหาวิกฤติสุขภาพสู้กับโควิด-19 เหนือกว่าทีมทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์ยังไม่เลิกดิ้น กดดันใช้กฎหมายนับคะแนนใหม่ใน 4 รัฐ ได้แก่ เพนซิลเวเนีย- มิชิแกน-จอร์เจีย-วิสคอนซินหวังเปลี่ยนผลคะแนนอีเล็คทอรัลโหวต ล่าสุดจอร์เจียประกาศนับคะแนนใหม่เพราะคะแนนสูสี คาดยืดเยื้อ เกิดช่องว่างการบริหารประเทศส่อเค้าวุ่นวายไม่จบสิ้น จับตาอเมริกาจะเดินต่อไปอย่างไรในสภาพไร้เอกภาพ

สำนักข่าวต่างประเทศสหรัฐรายงานข่าวอย่างพร้อมเพรียงกันว่า นายไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้วยคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Vote) สูงถึง 290 เสียง เกินกว่าคะแนนกึ่งหนึ่งที่ต้องการที่ 270 เสียงจาก 538 เสียงเพื่อชนะการเลือกตั้ง และเมื่อวันพุธ (11 พ.ย.2563)ที่ผ่านมา เขาได้แนะนำผู้ร่วมงานคนสำคัญที่เขาไว้วางใจและตั้งใจให้เป็นหัวหน้าทีมบริหารทำเนียบขาวของเขา “รอน เคลน”

เคลนอายุ 59 ปี เป็นคนที่ไบเดนเลือก เคยเป็นทำหน้าที่นี้ตอนที่ไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีสมัยอดีตปธน.บารัค โอบามา เขาเป็นคนที่มีโอกาสปฏิบัติงานภายใต้โครงการต่อสู้กับไวรัส “อีโบลา ซีซาร์”ปี 2014 ในอาฟริกา บทเรียนการรับมือที่ล้มเหลวของทรัมป์ ส่งผลให้เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ทำให้ไบเดนคาดหวังว่า เคลนจะมาเติมเต็มบทบาทแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพ ที่เกิดจากการระบาดไวรัสโควิด-19 ได้อย่างดี

ฟอร์มทีมรัฐบาลพร้อมรับถ่ายโอนอำนาจ

ไบเดนตระเตรียมทีมงานเพื่อการถ่ายโอนอำนาจแล้ว แต่ทรัมป์และทีมงานไม่สนใจเตรียมพิธีการเพื่อถ่ายโอนอำนาจแม้แต่น้อย เพราะในวันสาบานตนคือ 20 มกราคมปีหน้าก็อยู่อีกไม่นาน  ทั้งยังแสดงท่าทีไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งแต่อย่างใด เพราะยังไม่มีการประกาศเป็นทางการ ขณะเดียวกันก็ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลให้มีการนับคะแนนอ้างมีการทุจริตในรัฐสมรภูมิใหญ่ๆ 4 แห่งด้วยกัน

ไบเดนได้คะแนนอิเลคทอรัลโหวต ณวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ตามเวลาประเทศไทยที่ 279 ต่อทรัมป์ 217 (usatoday, reuters, cbsnews) ได้คะแนนป๊อปปูลาร์โหวต 77,372,350 คะแนนคิดเป็น 50.8%, ทรัมป์ ได้ 72,255,311 คะแนนคิดเป็น 47.4% กล่าวคือไบเดนนำทรัมป์อยู่ 5.1 ล้านคะแนน 

ไบเดนได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับบรรดาผู้นำชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐ ทั้งเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ อิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย และสัญญาว่าจะทำงานร่วมกัน

ขณะเดียวกัน ทีมงานของนายไบเดนเปิดเผยว่า ทีมงานด้านการถ่ายโอนอำนาจกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการทางกฎหมาย กรณีสำนักงานบริหารบริการทั่วไป หรือ GSA ซึ่งเป็นของหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ยังคงชะลอที่จะรับรองชัยชนะที่นายไบเดนจากพรรคเดโมแครตมีเหนือทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยปกติGSA จะรับรองผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อมีความชัดเจนว่าใครชนะการเลือกตั้ง เพื่อให้กระบวนการถ่ายโอนอำนาจเริ่มต้นขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ 

GSA ก็ยังไม่รับรอง แม้เครือข่ายโทรทัศน์และข่าวของสหรัฐ จะประกาศให้ไบเดนเป็นผู้ชนะไปตั้งวันเสาร์ หลังจากที่เขาได้รับคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งมากเพียงพอที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า GSA จะต้องประกาศรับรองเมื่อใด ขณะที่ทีมงานด้านการถ่ายโอนอำนาจของไบเดนชี้ว่า ชัยชนะของไบเดนเป็นสิ่งที่ชัดเจน และการชะลอออกไปเป็นสิ่งไม่เป็นธรรม

ทรัมป์ยื้อสุดฤทธิ์

ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ออกมากล่าวว่า(11 พ.ย.25623) การเลือกตั้งสหรัฐประจำปี 2563 “ยังอีกไกลกว่าจะจบ” พร้อมประกาศว่าจะใช้วิธีทางกฎหมายเพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้ง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นทันที หลังบรรดาสื่อสหรัฐรายงานว่า นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46

“นายโจ ไบเดน ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ชนะในรัฐใดทั้งสิ้น นับประสาอะไรกับรัฐที่มีการแข่งขันสูงซึ่งจะมีการนับคะแนนใหม่ หรือรัฐที่เราได้ยื่นคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง เพื่อหาตัวผู้ชนะที่แท้จริง”ปธน.ทรัมป์กล่าว

ทีมหาเสียงของปธน.ทรัมป์ได้ยื่นคำร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในรัฐสมรภูมิ (battleground state) อย่างเพนซิลเวเนีย มิชิแกน และจอร์เจีย ร่วมด้วยรัฐวิสคอนซิน โดยขณะนี้ ทางรัฐจอร์เจียได้ประกาศเตรียมนับคะแนนใหม่อีกครั้งแล้ว

นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น หลังศึกเลือกตั้ง แต่ปฏิเสธรับรองชัยชนะของนายไบเดน โดยบอกว่าทรัมป์ จะยังอยู่ในอำนาจต่อไป และอ้างว่าทันทีที่บัตรดีทุกใบถูกนับก็จะนำไปสู่รัฐบาลทรัมป์สมัยที่สอง ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยต่อผลการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกของนายปอมเปโอเพียงหนึ่งวันหลังจากทรัมป์ ไล่นายมาร์ค เอสเปอร์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม

เริ่มการนับคะแนนรัฐสมรภูมิจอร์เจีย-คะแนนสูสี

รัฐจอร์เจียจะนำบัตรลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีที่เป็นกระดาษมานับด้วยมือใหม่ทั้งหมด จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะกรรมการเลือกตั้งประจำรัฐในวันพุธ (11 พ.ย.) ภารกิจหนักที่จำเป็นต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 พ.ย.นี้

จากผลการนับคะแนนในเช้าวันที่ 7 พ.ย. ตามเวลาในประเทศไทย พบว่า ไบเดน มีคะแนนในรัฐจอร์เจีย 49.4% ขณะที่ ทรัมป์ ได้ไป 49.3% ซึ่งถือเป็นส่วนต่างแค่ไม่กี่พันคะแนน “ด้วยส่วนต่างที่น้อยมาก จึงจำเป็นต้องมีการนับคะแนนใหม่”  แบรด ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ เลขาธิการแห่งรัฐจอร์เจีย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า ยังมีบัตรเลือกตั้งของทหารและพลเมืองในต่างประเทศอีกราวๆ 9,000 ใบ ที่จะถูกนำมานับคะแนนได้ หากเดินทางมาถึงภายในวันศุกร์ (6) และถูกประทับตราไปรษณีย์ในวันที่ 3 พ.ย. หรือก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม การเริ่มนับคะแนนใหม่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการรับรองผลการนับคะแนนในรอบแรกแล้ว ซึ่งคาดว่า จะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 20 พ.ย.นี้

สาเหตุหลัก 3 ประการที่จะนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ในรัฐจอร์เจีย ได้แก่ 1) ผู้สมัครประธานาธิบดีที่แพ้ด้วยคะแนนส่วนต่างไม่ถึง 0.5% ยื่นคำร้องไปยังเลขาธิการแห่งรัฐ 2) ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งร้องเรียนว่ามีความขัดแย้งหรือข้อผิดพลาดในระบบการนับคะแนน ซึ่งในกรณีนี้เลขาธิการแห่งรัฐจะมีอำนาจพิจารณาว่าสมควรนับคะแนนใหม่หรือไม่ และ 3) เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งในท้องถิ่นเชื่อว่าผลการนับคะแนนอาจผิดพลาด และขอให้มีการนับคะแนนใหม่ในเทศมณฑลนั้นๆ  การนับคะแนนใหม่ครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสาหัสสากรรจ์อย่างมาก โดยหากแม้นมีการนับคะแนนตลอด 24 ชั่วโมง พวกเจ้าหน้าที่จะต้องนับคะแนนบัตรเลือกตั้งให้ได้มากกว่า 23,000 ใบต่อชั่วโมง ในช่วง 9 วันก่อนถึงเส้นตายสำหรับยืนยันผลการนับคะแนน

ที่มิชิแกน ซึ่งเป็นรัฐที่ทรัมป์เคยได้รับชัยชนะในปี 2016 ซึ่งครั้งนี้ทรัมป์เสียคะแนนไปถึง 148,000 โหวต หรือ 2.6% ตามที่ หน่วยวิจัยเอดิสันทำการสำรวจ การสำรวจพบว่าคะแนนเดโมแครตเพิ่มในเมือง เวนเค้าตี้รวมถึงดีทรอยต์ด้วย เจค รอลโลว์ โฆษกสำนักงานรัฐมิชิแกนกล่าวว่าประเด็นการรณรงค์ของทรัมป์ไม่สอดคล้องความต้องการสาธารณะในการเลือกตั้งของคนมิชิแกน “มันไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่า การเลือกตั้งที่มิชิแกนดำเนินการอย่างยุติธรรม ปลอดภัย อย่างมีการเปลี่ยนผ่านที่ดี และผลการเลือกตั้งสะท้อนความคาดหวังของประชาชน”