จับตา ‘หุ้น AOT’ ต่างชาติเทขาย 6.5 ล้านหุ้น ฉุนเยียวยาให้คิงพาวเวอร์ ไม่ผ่านมติผู้ถือหุ้น?!? แต่นักลงทุนไทยยังซื้อ หวังวัคซีนฉุดท่องเที่ยวฟื้นทอท.ด้วย

1406

จับตา ‘หุ้น AOT’ ต่างชาติถล่มขาย 6.5 ล้านหุ้น ไม่พอใจแผนเยียวยาให้คิงพาวเวอร์ ไม่ผ่านมติผู้ถือหุ้น นักลงทุนยังซื้อระยะยาวหวังวัคซีนปราบโควิด-19 ฉุดท่องเที่ยวฟื้น AOT ฟื้นด้วย

มูลค่าหุ้น “เอโอที”วูบเกือบ 8 หมื่นล้านบาทใน 3 วันทำการ พิษราคาหุ้นดิ่งหนัก 10% หลังบริษัทอนุมัติแผนช่วยเหลือ “คิง เพาเวอร์”  นักวิเคราะห์ประเมินกระทบผลประกอบการบริษัทกว่า 1.3 แสนล้านบาท ‘เอ็นวีดีอาร์’ต่างชาติถล่มขาย 6.5 ล้านหุ้น แต่นักลงทุนยังมั่นใจถือระยะยาว คาดมีวัคซีนแน่นอนจะทำ การท่องเที่ยวฟื้น ส่งผลผลประกอบการของ เอโอทีฟื้นด้วย

มูลค่าหุ้นของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมาลดลงไปเกือบ 8 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากการที่ราคาหุ้นของบริษัทลดลงจากราคาปิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 54.50 บาท มาอยู่ที่ 49.75 บาท ในวานนี้(3ส.ค.) หรือลดลงราว 8.7% ภายหลังจากที่คณะกรรมการบริหารของ AOT อนุมัติการเปลี่ยนวิธีการเก็บเงินการันตีขั้นต่ำจาก บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการดิวตี้ ฟรี ภายในสนามบินของ AOT

โดยวิธีการเก็บเงินที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ จะอิงจากจำนวนผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงที่จำนวนผู้โดยสารยังต่ำกว่าประมาณการจำนวนผู้โดยสารที่ KPD ประเมินไว้ตอนเข้าร่วมประมูล นอกจากนี้จากการระบาดของโควิด-19 บริษัท KPD และบริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด (KPS) จึงไม่สามารถติดต่อพันธมิตรการค้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการเริ่มเปิดให้บริการ ดังนั้น AOT จึงขยายเวลาในการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ของดิวตี้ฟรีตามที่ได้กำหนดไว้ในเฟส 1 ของสัญญา ตั้งแต่ 28 ก.ย. 2563 – 31 มี.ค. 2565

ภายหลังจากเผยแพร่การอนุมัติแผนดังกล่าว พบว่าการซื้อขายสุทธิผ่านเอ็นวีดีอาร์ (NVDR) ระหว่างวันที่ 30 – 31 ก.ค. ที่ผ่านมาเป็นขายสุทธิต่อเนื่องรวมกัน 6.5 ล้านหุ้น แต่ถ้าพิจารณายอดสุทธิตลอดทั้งเดือน ก.ค. 2563 ผ่านเอ็นวีดีอาร์ ยังคงเป็นการซื้อสุทธิอยู่ 9.2 ล้านหุ้น

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

นักวิเคราะห์ เปิดเผยว่าจากการสอบถามความเห็นของนักลงทุนต่างชาติบางรายมองว่าการตัดสินใจของบริษัทในครั้งนี้ไม่ดีนัก เพราะไม่ตรงไปตรงมาตามสัญญา และด้วยแรงกดดันจากการท่องเที่ยวที่มีการประเมินกันว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับสู่ระดับปกติอาจต้องรอถึงปี 2565 หรือปี 2567 จึงยิ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้น AOT

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างไม่เห็นด้วยกับการที่ AOT ตัดสินใจให้ส่วนลดเงินการันตีขั้นต่ำโดยไม่เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เนื่องจากเราคาดว่าผลกระทบต่อ AOT จากการออกส่วนลดครั้งนี้จะอยู่ที่ 1-1.5 แสนล้านบาท ขณะที่เราคาดว่า AOT น่าจะหาวิธีที่ดีกว่านี้เพื่อชดเชยให้กับทาง คิง เพาเวอร์ จากผลกระทบจากโควิด-19

เรื่องนี้ บอร์ดบริหาร AOT อนุมัติเปลี่ยนวิธีการเก็บเงินการันตีขั้นต่ำจาก คิงพาวเวอร์ โดยจะอิงจากจำนวนผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ  ในช่วงที่จำนวนผู้โดยสารยังต่ำ กว่าประมาณการจำนวนผู้โดยสสารที่ คิงพาวเวอร์ประมวลไว้ตอนเข้าร่วมประมูล ครั้งแรกแจ้งขยายระยะเวลาสินเชื่อจาก 6 เดือนเป็น 12 เดือน นักวิเคราะห์คาดว่าจะกระทบกับคาดการณ์กำไรและราคาเป้าหมายอยู่แล้ว  พอมาแจ้งตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเงื่อนไขเปลี่ยนเป็น 

1) การขยายช่วงเวลาการปรับปรุงและตกแต่ง 1 ปี ไปจบวันที่ 31 มีนาคม 2565  2) การเริ่มวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของช่วงการดำเนินงานไปเป็นวันที่ 1 เมษายน 2565 จนถึง 31 มีนาคม 2575 และ  3) การเปลี่ยนวิธีการคำนวณรายได้ขั้นต่ำ (MGT) ซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลกระทบอันมีนัยยะสำคัญต่อการคาดการณ์กำไร และราคาเป้าหมาย

บล.กสิกรไทย ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ไม่เห็นด้วยกับ AOT ที่จะให้ส่วนลดเงินการันตีขั้นต่ำ โดยไม่เรียกประชุมผู้ถือหุ้น  คาดว่ากระทบถึง 133,800 ล้านบาท และ AOT น่าจะหาวิธีที่ดีกว่านี้เพื่อชดเชยให้กับทางคิงพาวเวอร์ จากผลกระทบโควิด-19 กรณีนี้นักวิเคราะห์มองว่า ราคามีสิทธ์ร่วงต่อ เพราะการตัดสินใจของบอร์ด กระทบกำไร 0.35 บาทต่อหุ้น 

ทางด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า มาตรการขยายระยะเวลาเลื่อนการชำระผลประโยชน์ตอบแทน ค่าเช่าพื้นที่ และค่าบริการต่างๆ ไม่ได้กระทบอย่างมีนัย เนื่องจาก AOT มีเงินสด ส่วนการปรับวิธีคิดผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำเป็นลบต่อประมาณการของเราและตลาด เพราะโอกาสที่ AOT จะได้เงินตามสัญญาประมูลก็ต่อเมื่อ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาที่ระดับ 66 ล้านคน ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นหลังปี 2565 เทียบกับก่อนหน้าที่ AOT จะได้รับรู้ทันทีหลังหมดมาตรการเยียวยา หรือในครึ่งปีหลังของผลประกอบการงวดปี 2564-2565

นอกจากนี้หากนักท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ช้ามีโอกาสที่จะกระทบประมาณการปี 2566 เช่นกัน อย่างไรก็ดี เราคาดระยะยาวผลกระทบจำกัดจากมุมมองนักท่องเที่ยวจะกลับมาทำระดับสูงสุดใหม่ในปี 2567-2568 หรือภายใน 5 ปีหลังเกิดเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์รวบรวมข้อมูลจากโบรกเกอร์มีทั้งแนะนำขาย และซื้อ หวังผลระยะยาวว่าผลการวิจัย “วัคซีน” อาจทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้ และคาดว่าผลจะออกมาชัดเจนในไตรมาส 3 ของปีนี้