ดร.นิว เตรียมแฉ ข้อมูลเชิงลึก NGO คือเครื่องมือแทรกแซงกิจการภายในประเทศ!?

1377

ดร.นิว หรือ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ โพสต์เฟซบุ๊กผู้ใช้ชื่อ “Suphanat Aphinyan” โดยได้มีการแชร์ข้อความจาก

เฟซบุ๊ก ของนายอัษฎางค์ ยมนาค ระบุว่า NGO คือ เครื่องมือแทรกแซงกิจการภายในประเทศแบบเนียน ๆ ในลักษณะของ soft power

จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมพรรคกรีนของประเทศเยอรมนีภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิ Heinrich Böll Stiftung ถึงได้โจมตีสถาบันฯ อย่างต่ำตมราวกับว่ากฎหมายระหว่างประเทศไม่มีตัวตน อีกทั้งมูลนิธิดังกล่าวยังจ่ายเงินให้ NGO บางองค์กรยัดเยียดร่างรัฐธรรมนูญเถื่อนให้คนไทยทั้งประเทศอีกด้วย เราจะทนกับ NGO พวกนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน? คนไทยจะต้องมาทะเลาะกันเอง เพราะการเคลื่อนไหวของ NGO เลว ๆ พวกนี้อีกนานไหม?

ทั้งนี้ นายอัษฎางค์ ได้โพสต์ถึงกรณี NGO ไว้ว่า “NGO หมอสอนศาสนาแห่งศตวรรษที่ 21” หน้ากากนักสังคมสงเคราะห์ผู้แทรกแซงกิจการภายในชาติ ในช่วงราว ๆ ศตวรรษที่ 18-19 ชาติมหาอำนาจตะวันตกได้ส่งคนเข้ามาเผยแพร่ศาสนาในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเริ่มมาจากชาวยุโรป แล้วปิดท้ายด้วยชาวอเมริกัน

นักเผยแพร่ศาสนานี้ จะมาในรูปแบบนักสอนศาสนา หรือนักบวช โดยคำขอวีซ่านั้นระบุว่า เพื่อมาเผยแพร่ศาสนา ซึ่งมาพร้อมกับกลยุทธ์ด้วยภาพลักษณ์ของนักบุญ ที่นอกจากสอนศาสนาแล้ว ยังเป็นนักสังคมสงเคราะห์ หรือคุณหมอรักษาไข้ จึงทำให้เกิดคำว่า หมอสอนศาสนา แต่ความจริงที่แฝงอยู่เบื้องหลังคือ การขยายอิทธิพลเพื่อแทรกแซงและหวังผลทางการเมืองให้เข้าไปสู่ระดับรากหญ้าของสังคม

ตัดฉากมาสู่ศตวรรษที่ 21 ชาติมหาอำนาจตะวันตกยังคงช่าอาณานิคม เพียงแต่เป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องครอบครองดินแดน แต่แทรกแซงกิจการภายใน เพื่อควบคุมรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ ให้ทำตามนโยบายของตน เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง การทหารและการค้า และที่สำคัญคือ การเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง การทหาร และการค้า กับชาติคู่แข่ง และกลวิธีในการได้มาซึ่งอำนาจในการแทรกแซงกิจกรรมภายในนั้นมีหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือกลุยุทธ์โบราณที่ปรับเปลี่ยนหน้าตาไปบ้างเท่านั้น นั่นคือการเปลี่ยนจากการใช้ คุณหมอที่สอนศาสนา มาเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่เรียกว่า NGO

NGO ที่ดูเหมือนเป็นเครื่องมือชิ้นเล็ก ๆ แต่ความจริงมันคือกองโจรที่มีภาพลักษณ์เป็นนักบุญ ซึ่งเป็นนักบุญชนิดเดียวกับหมอสอนศาสนาในยุคก่อน ที่มีแสนยานุภาพสูงเกินคาด เป็นพริกขี้หนูที่เผ็ดที่สุด NGO คือองค์กรไม่แสวงหากำไร เพราะฉะนั้นจึงไม่มีการตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินที่ไหลเข้าและออก เงินทุนส่วนหนึ่งมาจากการเปิดรับบริจาคจากประชาชนทั้งโลก อีกส่วนมาจากนักธุรกิจการเมือง และประเทศอภิมหาอำนาจ

เคยเห็นชื่อนักธุรกิจที่เป็นจุดกำเนิดของวิกฤติต้มยำกุ้งใช่มั้ย และเคยเห็นข่าวนักการเมืองพรรคกรีนของเยอรมันที่เอาเรื่องในหลวงไปพูดข้าง ๆ สภาเยอรมันใช่มั้ย เขาเหล่านั้นคือหนึ่งในตัวอย่างของนายทุนรายใหญ่ของ NGO ที่สนับสนุนให้เกิดการต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อต้านรัฐบาล และเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ สมมติว่ามีวงเงิน 100 ล้าน จะมีเพียงไม่เกิน 30%ที่ถึงมือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ส่วนอีก 70% คือค่าดำเนินการจัดการ

ค่าดำเนินการจัดการคืออะไร ส่วนหนึ่งคือเงินเดือนผู้บริหารและนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งมีเงินเดือนและสวัสดิการสูงกว่าพนักงานเอกชนหลาย ๆ แห่ง พร้อมค่าบริหารจัดการในองค์กรที่สูงลิ่ว เพื่อปกปิดค่าใช้จ่ายบางอย่างในที่ลับ!

ค่าใช้จ่ายอะไรที่อยู่ในที่ลับ ค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไงละ เห็นม็อบปลดแอกคณะทรราษฎร์มั้ยละ ที่อ้างว่าไม่มีผู้นำม็อบ แค่กลับมีระบบการจัดการระดับโลก เฉกเช่นเดียวกันกับม็อบฮ่องกง หนึ่งในไอ้ไม่งที่ควักกระเป๋าจ่ายคือเขานี้แหละ นอกจากนี้ กลวิธีของหมอสอนศาสนาเมื่อศตวรรษที่แล้วก็ถูกนำกลับมาใช้ ด้วยการส่งนักสังคมสงเคราะห์ลงไปพบกับคนทุกระดับ ตั้งแต่นิสิตนักศึกษาไปจนถึงผู้ด้อยโอกาสระดับรากหญ้า

แต่หน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์ในร่างทรงของหมอสอนศาสนา คือการให้ข้อมูลข่าวสารต่อนิสิตนักศึกษา และประชาชนไปจนถึงระดับรากหญ้า อันเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของเงินตัวใหญ่ตัวจริงที่อยู่นอกประเทศ เพื่อควบคุมคนเหล่านั้นในเป็นเครื่องมือของตน โดยที่คนเหล่านั้นไม่เคยรู้ตัว ว่ากำลังตกเป็นเครื่องมือของต่างชาติ ที่กำลังทำลายชาติตัวเอง แล้วเราจะรับมือหรือแก้ไขกันอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ คำตอบเดียวคือ ไล่มันออกไปให้หมดจากบ้านเมืองของเรา ถ้าลุงตู่อยากได้ข้อมูลเชิงลึกและลุก แบบลึกสุดใจ หลังไมค์มาได้เลย ผมมีคนในจะให้ข้อมูลทั้งหมด