อ.ชูชาติ ชี้หลวงพี่ห่มเหลืองร่วมม็อบ ขึ้นเวทีชุมนุมพูดจาจ้วงจาบหยาบคาย ไม่ใช่กิจของสงฆ์

1739

จากกรณีที่ กลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา มีการจัดการชุมนุมบริเวณวงเวียนหอนาฬิกาศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ประกาศจุดยืนข้อเรียกร้อง 1. ประยุทธ์และองคาพยพต้องลาออก 2.จัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบัน พร้อมยืนยันไม่ร่วมสังฆกรรมกรรมการสมานฉันท์ ตามข้อเสนอของรัฐบาล

โดยวันดังกล่าวนั้นมีพระสงฆ์รูปหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่า “พระเอิร์ธ” ขึ้นไปบนเวทีปราศรัย พร้อมชู 3 นิ้ว วิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างคณะสงฆ์ไปจนถึงการก้าวล่วงสมเด็จพระสังฆราช พร้อมอ้างว่าตนเองก็เป็นราษฎรคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสวัสดิการรัฐทำให้ต้องตัดสินใจมาบวช เพื่อให้ได้สิทธิเท่าเทียมคนอื่น

ต่อมาประเด็นยิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำภาพดังกล่าวไปโพสต์เพื่อขยายความในทางการเมือง นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “อ.ชูชาติ ศรีแสง” อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ศาลยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “การอุปสมบทเข้ามาในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ คือผู้ประกาศตนที่จะมุ่งดำเนินไปสู่ความเป็นพระอรหันต์ ถ้าโกนผม ห่มผ้าเหลือง อาศัยอยู่ในวัด ไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ชาวบ้านให้อาหารรับประทาน เมื่อไม่สามารถประพฤติปฏิบัติอย่างที่พระภิกษุสงฆ์พึงต้องประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยได้ แต่ไปขึ้นเวทีกลุ่มผู้ชุมนุมพูดจาจ้วงจาบหยาบคาย ซึ่งไม่ใช่กิจของพระภิกษุสงฆ์

สมควรต้องเปลื้องผ้าเหลืองออกจากตัว และอย่ากลับมาอาศัยอยู่ในวัดเพื่อกินฟรีอยู่ฟรีอีกต่อไปเลย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต้องรีบดำเนินการตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบปล่อยปละละเลยไว้อย่างนี้ไม่ได้