ผู้นำฝรั่งเศสแจง?!? ต่อสู้กับกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงไม่ใช่ศาสนาอิสลาม ทุกฝ่ายหวังบรรยากาศคลี่คลาย

1513

สนข.เอเอฟพี รายงานอ้างแถลงของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เมื่อ 5 พ.ย.2563 ว่า ฝรั่งเศสต่อสู้กับกลุ่มอิสลามแนวคิดรุนแรงไม่ใช่ศาสนาอิสลาม เพื่อตอบโต้บทความในเว็บไซต์ นสพ. Financial Times เมื่อ 4 พ.ย.2563 ที่กล่าวหาว่า ประธานาธิบดีมาครงประณามชาวมุสลิมในฝรั่งเศสเพื่อหวังผลต่อการเลือกตั้ง และสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวและความคลางแคลงใจต่อคนกลุ่มนี้ ซึ่งต่อมาบทความนี้ถูกลบออกจากเว็บไซต์ นสพ.ดังกล่าว โดยระบุเหตุผลว่ามีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีมาครงยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ผู้ใดกล่าวหารัฐบาลฝรั่งเศสว่าสนับสนุนการเหยียดศาสนาอิสลาม ขณะที่ทุกฝ่ายหวังว่าท่าทีเช่นนี้ จะสร้างบรรยากาศคลี่คลายลดตึงเครียดกับโลกมุสลิม

มงครงอาจลืมว่าพูดอะไรไว้-มุสลิมยังไม่ลืม

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเมื่อวันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า“ ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่อยู่ในวิกฤตทุกวันนี้ทั่วโลก” ก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่โกรธเกรี้ยวไปทั่วโลกมุสลิม

วาทกรรม “อิสลามหัวรุนแรง” “อิสลามแยกเอกเทศ” “อิสลามก่อการร้าย” วาทกรรมต่างๆ ดังกล่าว มาครงจัดเต็มในสุนทรพจน์ที่กล่าวใน Les Moreaux ในเขตชานเมืองปารีสซึ่งเขาเรียกร้องให้ “เผชิญหน้ากับศาสนาอิสลามหัวรุนแรง” ที่พยายาม “สร้างรัฐคู่ขนาน” และ “ปฏิเสธคุณค่าของสาธารณรัฐ”

องค์กรอิสลามได้ออกมาตอบโต้ทันควัน ทั้งสภาวิจัยอิสลามแห่งอัซฮัร สหพันธ์อุลามาอ์อิสลามนานาชาติ สภาอุลามาอ์ยุโรป รวมถึงอุลามาอ์ดังๆอีกหลายๆท่าน ทั้งหมดล้วนกล่าวตรงกันว่า มาครงเหยียดหยามศาสนาอิสลาม สิ่งที่มาครงกระทำไม่ใช่การต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรง แต่เป็นการกระทำต่ออิสลามโดยตรง

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ความขัดแย้งของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ครูสอนวิชาภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ หยิบภาพการ์ตูนอื้อฉาวขึ้นมาประกอบการสอนเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เขาถูกคนร้ายใช้มีดฆ่าตัดศีรษะ ทำให้หลายฝ่ายตระหนักว่าความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ระหว่างกลุ่มที่ยึดมั่นใน “เสรีภาพการแสดงความคิดเห็น” กับกลุ่มที่เชื่อในหลัก “เสรีภาพความเชื่อทางศาสนา” และข้อถกเถียงอย่างยาวนานเกี่ยวกับแนวคิดฆราวาสนิยม (Secularism) ประเด็นอ่อนไหวที่พร้อมจะปะทุ นำไปสู่ความรุนแรงนองเลือดได้ทุกเมื่อ

ชนวนมาครงทำสงครามกับก่อการร้าย

หลังเกิดเหตุสังหารครูปาตี ประธานาธิบดีมาครงเดินหน้าปราบปรามแนวคิดอิสลามสุดโต่งทั่วประเทศ มีคำสั่งปิดสุเหร่าและสลาย “กลุ่มชีค ยาสซิน” ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ที่มีฐานในฉนวนกาซา มีการบุกตรวจค้นองค์กรอิสลามหลายแห่งที่แสดงท่าทีส่อไปทางสร้างความเกลียดชัง แตกแยกในประเทศ และหลังเกิดเหตุโจมตีโบสถ์เมืองนีซ ประธานาธิบดีมาครงกล่าวประณามเหตุการณ์นี้ และให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการใหม่ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย โดยบอกว่า รัฐบาลจะส่งกำลังทหารเข้าประจำการในสถานที่สำคัญ เช่น โรงเรียน และโบสถ์ ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าท่าทีของมาครงยิ่งทำให้เกิดกระแส “เกลียดกลัวอิสลาม” (Islamophobia) ภายในประเทศ

ทางออกจากวิกฤติขัดแย้งชาวมุสลิม

ประธานาธิบดีมาครงให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ระบุว่า เขาเข้าใจความรู้สึกของชาวมุสลิมที่ตกใจและเดือดแค้นกับภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัด แต่ย้ำว่ากลุ่มมุสลิมที่มีแนวคิดรุนแรงนั้นเป็นภัยไม่เพียงกับฝรั่งเศส แต่เป็นภัยกับทุกคน รวมไปถึงชาวมุสลิมเองด้วย และขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเขามีบทบาทหน้าที่สองสิ่งที่ต้องทำคือ ส่งเสริมความสงบ และปกป้องสิทธิในการที่จะอยู่อย่างสงบ

มาร์วาน บิชารา นักวิเคราะห์การเมืองอาวุโสของอัลจาซีรา มองว่า คำกล่าวของนายมาครงแสดงให้เห็นว่าเขาพยายามที่จะทำให้เกิดความชัดเจนว่าจุดยืนของเขาคืออะไร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฝรั่งเศสและโลกมุสลิม โดยความเจ็บปวดและบอบช้ำได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่าความรุนแรงนองเลือดจะจบลงหรือขยายวงออกไป และเกิดความสูญเสียขึ้นอีกหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วย่อมไม่มีใครเป็นผู้ชนะ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส หรือโลกมุสลิม ในขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดจะเป็นชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสและหลายประเทศในยุโรปนั่นเอง ดังนั้นการที่มาครงออกมาระบุชัดว่า ที่ผ่านมาเขาไม่ได้มีความประสงค์ที่จะเป็นปรปักษ์กับอิสลาม ในฐานะศาสนา ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นให้เกิดบรรยากาศที่ดีขึ้นระหว่างฝรั่งเศส ยุโรป กับโลกมุสลิม