“อดีตพระพุทธอิสระ” ตอกกลับ “ปิยบุตร” กลายเป็นทำตัวละเมิดรธน.เสียเอง ในหัวก็วนเวียนคิดแต่เรื่องล้มล้างสถาบันฯ

322

สืบเนื่องจากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เปิดเผยหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ตามหมายเรียกในความผิดมาตรา 116 ที่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีต พระพุทธอิสระ​ เป็นผู้กล่าวหา

ซึ่งนายปิยบุตร​ ให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ตนเองถูกดำเนินคดีเนื่องจากนายสุวิทย์​ อ้างถึง การกระทำหลายอย่าง ที่มองว่าเข้าข่ายม.116 ตั้งแต่บทความเก่า หนังสือ​และการบรรยายในห้องเรียน สมัยที่ตนเองยังเป็นอาจารย์​ในม.ธรรมศาสตร์​ และการไลฟ์เฟซบุ๊กว่าด้วยเรื่องการนำข้อเรียกร้อง 3 ข้อของผู้ชุมนุม มาพูดคุยในคณะกรรมปรองดองสมานฉันท์
ส่วนของนายธนาธร และน.ส.พรรณิการ์ ก็อ้างอิงถึงการบรรยายเรื่องงบประมาณของพระมหากษัตริย์​มาใช้ในการดำเนิน​คดี​ ซึ่งตนเองมองว่า ข้อเท็จจริง​ทั้งหมดเป็นเรื่องเก่านานกว่า10ปี แต่ถูกนำมาโยงเข้ากับเหตุการณ์​ในปัจจุบั​น อีกทั้งเป็นการอภิปราย​ด้วยความปรารถนา​ดี เพื่อหาทางออกแต่กลับถูกมองว่าเป็นความผิดในสายตาของนายสุวิทย์ทั้งหมด และยังไม่เป็นคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์​ด้วย เพราะต้องนำเรื่องนี้ไปต่อสู้ในชั้นศาล

นอกจากนี้ยังได้สอบถาม ผบช.น.ว่าเคยรวบรวมสถิติการดำเนินคดีตามม.116 หรือไม่ ว่า ศาลยกฟ้องหรือยกคำร้องไปกี่คดี ซึ่งบางคดีที่ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินเรื่องก็ได้ แต่การกระทำใน ปัจจุบันนี้​เป็นการใช้กฎหมายม.116 ในการจำกัดสิทธิเสรีภาพ​ของประชาชน

ล่าสุด อดีตพระพุทธะอิสระ ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ระบุว่า …

“ประชาธิปไตยคือการที่ทุกคนมีสิทธิ์เห็นต่าง
๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
เห็นลีลาการประดิษฐ์คำให้สัมภาษณ์ของ นายปิยบุตร และพวกแล้ว พร้อมทั้งพยายามออกมาตั้งคำถามถึง พุทธะอิสระ ว่า
นายปิยบุตร
“…กลายเป็นว่าความพยายามที่พวกเราจะหาทางออกในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ด้วยการใช้กลไกของรัฐสภา สร้างพื้นที่ปลอดภัยของนักศึกษาได้นั่งพูดคุยกัน กลับเข้าข่ายความผิดตามความคิดของคุณสุวิทย์…”
“…การอภิปราย การพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในแง่ทางวิชาการ ทั้งในแง่ความหวังดีและปรารถนาดี อาจจะเข้าข่าย มาตรา 116 ได้หมดตามความคิดของคุณสุวิทย์…”
คุณปิยบุตร และพวก มีสิทธิ์ที่จะเชื่อ มีสิทธิ์ที่จะมอง และมีสิทธิ์ที่จะพูด
พุทธะอิสระ และ ผู้คนที่จงรักภักดีต่อสถาบัน ก็มีสิทธิ์ที่จะเชื่อ มีสิทธิ์ที่จะมอง และมีสิทธิ์ที่จะทำ ตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
เมื่อคุณใช้สิทธิ์ของพวกคุณ มองว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ คือตัวปัญหา
ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะมองได้ว่า ต้นตอของปัญหาที่แท้จริงก็คือ
คนอย่างพวกคุณนั่นแหล่ะ
ที่จ้องจองล้างจองผลาญ ด้อยค่าสถาบัน
ทั้งที่ต้นตอแห่งปัญหาที่แท้จริง ล้วนแต่เกิดจากพวกคุณ ที่พยายามสร้างละครน้ำเน่าให้สังคมเชื่อว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ คือตัวปัญหา
เช่นนี้ ฉันก็มีหน้าที่ ที่จะใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๕๐ บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(๖) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่กระทำการใดที่อาจก่อให้เกิด ความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม
และหากจะว่ากันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว คุณปิยบุตร และพวกนั่นแหล่ะ ที่ได้ละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ (๖) เองด้วยซ้ำ
พุทธะอิสระ”