ศาลรธน.นัดฟังคำวินิจฉัยความเป็นรมต.บิ๊กตู่สิ้นสุดหรือไม่ ปมอยู่บ้านพักทหาร 2ธ.ค.นี้

2603

จากที่วันนี้(4พ.ย.63) ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารประชุมพิจารณาคำร้องของประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ทั้งนี้สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา186 วรรคหนึ่ง และมาตรา184 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 8/2563) กรณียังอาศัยบ้านพักของข้าราชการทหาร

ผลการพิจารณา ศาลอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ในวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 15.00 น.  เป็นต้นไป

ก่อนหน้านี้ นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และคณะร่วมกันเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ประธานสภาได้ตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบของผู้เสนอคำร้องและคณะแล้ว และได้ส่งคำร้องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยแล้ว

การยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อขอให้ตรวจสอบความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 170(4) หรือไม่ ประกอบมาตรา 160(6) และมาตรา 98(15) เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ซึ่งสาระหลักที่ยื่นคือความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหลัก

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

โดยนพ.ชลน่าน นำตัวแทน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันแถลงถึงการยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งเรื่องที่สมาชิกเข้าชื่อกันร้องปมคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยแนบรายชื่อสมาชิกจำนวน 101 คน

ขอให้ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ตรวจสอบความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 170 (4) หรือไม่ ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ซึ่งสาระหลักที่ยื่นคือความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหลัก พรรคฝ่ายค้านอ้างว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่มีความชัดเจน และยังไม่ได้มีการวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 98 (5) และไม่มีผลผูกพันกับศาลรัฐธรรมนูญด้วย

ขณะสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.63 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เปิดเผยว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง กรณีที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เพื่อไทย และคณะเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง(3) หรือไม่

บัดนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (9)

นอกจากนี้ นายอนุสรณ์ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งคำสั่งรับคำร้องดังกล่าว พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้านขอเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ อยู่บ้านพักทหารโดยไม่มีสิทธิ์การพักอาศัยหรือไม่ต่อไป