พล.ท.นันทเดช เปิด 4 ข้อสังเกต ผู้คนรอรับเสด็จเพิ่มมากหลายเท่าตัว!!

1675

พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ เปิด 4 ข้อสังเกต ผู้คนรอรับเสด็จเพิ่มมากหลายเท่าตัว พระองค์ทรงให้ความเท่าเทียม ทักทายพสกนิกรอย่างใกล้ชิด

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิการยน ที่ผ่านมา กลุ่มพสกนิกรผู้จงรักภักดีได้มาเข้าเฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จมาทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูหนาว ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ทรงทักทายพสกนิกรที่มารอเฝ้ารับเสด็จ โดยพสกนิกรพร้อมกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องทั่วพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ทางด้าน พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้โพสต์ข้อความ ถึงข้อสังเกต 5 ข้อ ในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่ามีคนมารอรับเสด็จเป็นจำนวนมาก  โดยระบุข้อความว่า

พระมหากษัตริย์ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่4 ภาค2
การเด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเปลี่ยนเครื่องทรงชุดฤดูหนาวให้พระแก้วมรกต ของในหลวงรัชกาลที่10
พระราชินี และเจ้าฟ้าอีก 2 พระองค์นั้น มีข้อน่าสังเกตุดังนี้
1 เป็นการเสด็จพระราชดำเนิน บนเส้นทางที่ยาวมาก บนถนน 6 เลน ที่ถูกประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ บีบจนเหลือเลนเดียว จากเดิมที่เข้าเฝ้าอยู่บนฟุตบาทเท่านั้น จำนวนผู้คนจึงเพิ่มมากขึ้นกว่า 4 เท่าตัว
2 เดิมประชาชนจะรับเสด็จอยู่แค่ในพระราชวังหรือบริเวณหน้ากำแพงพระราชวังเท่านั้น ปัจจุบัน เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่เสด็จพระราชดำเนินออกมานอกพระราชวัง ครั้งล่าสุดนี้ยิ่งมีระยะยาวมากขึ้นอีก จากประตูวิเศษไชยศรี ตรงข้าม ม.ศิลปากร เสด็จพระราชดำเนิน เลี้ยวขวามาเรื่อยๆ ตรงมาทางศาลหลักเมือง ทรงทักทายกับประชาชน ทั้ง 2 ฝั่ง
อย่างเท่าเทียมกัน เช่น เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึง กลุ่มภาคีพสกนิกรไทย (กลุ่มอาชีวะ ประชาชนชุดเดิม ท่ีมีชาวไทยมุสลิมรวมอยู่ด้วย ประมาณ 30 คน) และเป็นกลุ่มที่ช่วยเปิดทางให้รถพระที่นั่งของพระราชินีที่บริเวณสะพานชมัยมยุรเซษฐ เมื่อ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา พระองค์ได้พระราชดำเนินข้ามไปพบประชาชนอีกฝากหนึ่งแล้ว เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าสิริวรรณวลีได้ไปทูลท่าน พระองค์ก็เสด็จย้อนหลังมาทักทายกลุ่มดังกล่าวอีก สร้างความตื่นเต้น ซาบซึ้งให้กับผู้คนในกลุ่มดังกล่าวอย่างมาก หลายคนถึงกับกั้นน้ำตาไม่อยู่
3 การเสด็จพระราชดำเนินสลับไปมาเช่นนี้ ทำให้ระยะทางการเสด็จพระราชดำเนิน เพิ่มมากขึ้นอีก เมื่อมาถึงศาลหลักเมืองได้มีพระราชปฎิสันฐานกับประชาชนอยู่นาน เพราะจุดนั้นประชาชนรวมตัวกันอยู่หนาแน่นมาก แล้วทรงเลี้ยวซ้ายมาทางศาลฎีกา ท่ามกลางเสียงร้องของประชาชนว่า”ทรงพระเจริญๆๆๆ”อย่างกึกก้อง
4 เมื่อใกล้มาสุดทางพ้นเขตศาลฏีกามาแล้วจึงทรงประทับรถยนต์พระราชดำเนินกลับ
การเสด็จพระราชดำเนินวิธีนี้ทำให้ประชาชนทุกกลุ่ม ส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นกลาง ลงไปถึงชาวบ้าน และคนชายขอบเมืองได้มีโอกาศเข้าเฝ้าอย่างไกล้ชิด เท่าเทียมกัน และพระเมตตาของพระองค์ในครั้งนี้ จะตราตรึงอยู่ในหัวใจของประชาชนตราบนานเท่านาน นี่คือพระมหากษัตริย์ ที่ทรงงาน อยู่ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่4 ยุคที่เทคโนโลยี่กำลังควบคุมมนุษย์มากขึ้นตามลำดับ รากฐานทางวัฒนธรรม และ ประเพณี เท่านั้นที่จะพาประเทศ
เดินหน้าไปได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงทางเสียเวลา ครับ
พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ / 3ตุลาคม2563